icon sdgs 8 icon sdgs 16
การกำกับดูแลกิจการที่ดีถือเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และความเป็นธรรม อันนำไปสู่การสร้างคุณค่าและความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

มีส่วนได้เสียหลักที่ได้รับผลกระทบ

ลูกค้า
พนักงาน
คู่ค้า
ผู้ถือหุ้น/นักลงทุนสถาบัน
เจ้าหนี้ (สถาบันการเงิน)
หน่วยงานราชการ
ชุมชน/สังคม

ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดมั่นในความโปร่งใส เป็นธรรม และรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม การเปิดช่องทางการมีส่วนร่วมและนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงการดำเนินงานช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับผู้ถือหุ้น คู่ค้า พนักงาน และชุมชน ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานและการดูแลสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเป็นธรรม

ผลกระทบต่อธุรกิจ

การกำกับดูแลกิจการที่ดีช่วยเพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือขององค์กร ส่งผลให้บริษัทฯสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือที่ยั่งยืนกับคู่ค้าและการดำเนินงานตามมาตรฐานสากลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทาน สนับสนุนผลประกอบการที่มั่นคง ความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ผลการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมาย

ผลการประเมินการกำกับดูแลบริษัทฯจดทะเบียน (CGR)

ระดับดีเลิศ
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568
ระดับดีเลิศ
เป้าหมาย
ปี 2568
ระดับดีเลิศ
เป้าหมาย
ปี 2570

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯตระหนักถึงความสำคัญของระบบการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพในการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ท่ามกลางบริบททางธุรกิจที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯจึงพัฒนาและยกระดับกระบวนการกำกับดูแลกิจการอย่างสม่ำเสมอ โดยบูรณาการการบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลด้านกฎหมายและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ตลอดจนการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเสริมสร้างความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 10 คน โดยมีกรรมการที่มิใช่ผู้บริหารจำนวน 8 คน กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 2 คน และกรรมการอิสระตามนิยามคุณสมบัติกรรมการอิสระของบริษัทฯ และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. จำนวน 4 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) ซึ่งกรรมการทุกคนเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ทักษะ และประสบการณ์ที่หลากหลาย สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้กรรมการบริษัททุกคนดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนไม่เกิน 5 บริษัท เพื่อให้มั่นใจว่ากรรมการสามารถอุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเพียงพอ มีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัทฯมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ และอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท ซึ่งประกอบไปด้วย

1
คณะกรรมการบริหาร จำนวน 3 คน เป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 1 คน
2
คณะกรรมการตรวจสอบ จำนวน 3 คน เป็นกรรมการอิสระ คิดเป็น ร้อยละ 100
3
คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จำนวน 3 คน เป็นกรรมการอิสระ 2 คน คิดเป็นร้อยละ 67
4
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน จำนวน 3 คน เป็นกรรมการอิสระ 2 คน คิดเป็น ร้อยละ 67
5
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง จำนวน 3 คน เป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 2 คน และเป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 1 คน

โดยบริษัทฯ กำหนดให้ประธานกรรมการบริษัทดำรงตำแหน่งในฐานะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (Non-Executive Director) เพื่อเสริมสร้างความเป็นอิสระในการกำกับดูแล และสร้างการถ่วงดุลอำนาจกับฝ่ายบริหารอย่างเหมาะสม

โครงสร้างดังกล่าวช่วยให้บริษัทฯ มีระบบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล รวมถึงสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ขององค์กรอย่างรอบคอบ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท

กรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร
เพศหญิง
เพศชาย
กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
กรรมการอิสระ
ระยะเวลาดำรงตำแหน่งเฉลี่ย : 8.84 ปี

การสรรหากรรมการและผู้บริหาร

บริษัทฯ ได้พิจารณาถึงองค์ประกอบในเรื่องความหลากหลายของคณะกรรมการ ได้แก่ สัดส่วนกรรมการอิสระและกรรมการที่เป็นเพศหญิง (ความหลากหลายทางเพศ) ความหลากหลายทางเชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา อายุ รวมถึงทักษะ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอันสอดคล้องกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ (Materials Industry) ตาม Board Skills Matrix รวมทั้งได้พิจารณาจากบัญชีรายชื่อหรือฐานข้อมูลกรรมการ (Director’s Pool) และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทฯไทย (IOD) เพื่อส่งเสริมให้องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทมีความหลากหลายและเหมาะสมเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทมีองค์ประกอบตามที่กำหนด

อีกทั้งมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้มีสัดส่วนของกรรมการที่มีความหลากหลายทางเพศที่แตกต่างอย่างน้อย ร้อยละ 30 ในจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด แต่ไม่จำกัดเพียงเพศชาย เพศหญิง และเพศต่างๆ ที่ไม่ใช่ชายและหญิง (นอน-ไบนารี่) อย่างไรก็ตาม การพิจารณาสัดส่วนดังกล่าว จะต้องขึ้นอยู่กับทักษะและประสบการณ์ของคณะกรรมการที่สอดคล้องกับ กลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นสำคัญ

การจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด

นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีแผนการคัดเลือกบุคลากรที่จะเข้ามารับผิดชอบในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส และมั่นใจว่าบริษัทจะได้ผู้บริหารระดับสูงที่มีความเป็นมืออาชีพ และบริหารได้โดยเป็นอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือรายใด โดยมี คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน เป็นผู้จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณา ในการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะพิจารณาจากบุคคลที่มีทักษะ ประสบการณ์วิชาชีพ คุณสมบัติเฉพาะด้านที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท (CEO’s Success Profile) รวมถึงกรณีไม่ให้มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และนำเสนอชื่อต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณา นอกเหนือจากการสรรหา คัดเลือก และเสนอบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่แล้ว บริษัทยังได้จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้ารับตำแหน่งต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายว่าการดำเนินงานของบริษัทจะได้รับการสานต่ออย่างทันท่วงที คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายให้มีการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการสืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ทั้งจากบุคคลภายในและบุคคลภายนอก เพื่อให้ได้บุคคลที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาของบริษัท โดยคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนจะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสรรหาคัดเลือกไว้อย่างชัดเจน คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะทบทวนรายละเอียด และสรุปผลการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นประจำทุกปี และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อย 1 ครั้ง

กรรมการบริษัทสามารถไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นได้ไม่เกิน 5 บริษัทจดทะเบียน โดยให้เป็นไปตามนโยบาย และวิธีปฏิบัติในการไปดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่น ทั้งนี้ ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทก่อน ตามรายละเอียด ดังต่อไปนี้

  1. แจ้งการรับตำแหน่งอื่นใดในบริษัท และองค์กรต่าง ๆ มายังคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน เพื่อรับทราบ
  2. คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  3. เลขานุการบริษัทนำข้อมูลไปเปิดเผยไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี/รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) และรายงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

สิทธิของผู้ถือหุ้นในการเลือกตั้งกรรมการ

บริษัทฯให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลและการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนเพื่อแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้น ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทกำหนด การเลือกตั้งกรรมการที่ครบวาระเป็นไปตามระบบการหมุนเวียน เพื่อรักษาเสถียรภาพของคณะกรรมการและความต่อเนื่องในการกำกับดูแลกิจการ ทั้งนี้ กระบวนการสรรหาและเสนอชื่อกรรมการดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และพิจารณาจากคุณสมบัติ ความเหมาะสม และความสามารถ เพื่อให้โครงสร้างคณะกรรมการสอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของบริษัทในระยะยาว

หลักเกณฑ์ วิธีการ และคุณสมบัติของกรรมการบริษัท กรรมการชุดย่อย และผู้บริหารสูงสุด ดังนี้

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนมีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และพิจารณาคุณสมบัติของกรรมการบริษัท กรรมการชุดย่อย และผู้บริหารสูงสุด โดยคำนึงถึงความหลากหลายของคณะกรรมการ (Board Diversity) โดยไม่เลือกปฏิบัติด้านเพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา หรือภูมิหลังอื่นใด พร้อมพิจารณาความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญที่สอดคล้องกับธุรกิจ การอุทิศเวลา และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ

การสรรหาและเสนอชื่อจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเสนอให้คณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับการพิจารณาล่วงหน้าก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น

ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย ไม่มีลักษณะต้องห้าม มีภาวะผู้นำ คุณธรรม จริยธรรม และไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ พร้อมทั้งมีทักษะตาม Board Skill Matrix ที่ครอบคลุมด้านกลยุทธ์ ธุรกิจ การเงิน กฎหมาย เทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง และธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

นอกจากนี้ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการบริหารงาน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

บริษัทมีการทบทวน Skill Matrix ของคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี ควบคู่ไปกับการพิจารณาผลการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการกำหนด หลักเกณฑ์การสรรหากรรมการใหม่ และการพัฒนา ศักยภาพของกรรมการปัจจุบัน โดยทักษะและความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการบริษัทมีรายละเอียดดังนี้

ชื่อ - นามสกุล คณะกรรมการ ส่วนที่ 1 - ทักษะและประสบการณ์ทั่วไป ส่วนที่ 2 - ทักษะเฉพาะทางธุรกิจ ส่วนที่ 3 - ทักษะด้านอื่นๆ
Business Management People Management & Leadership Domestic & International Trading IT, Digital Transformation, AI & Robotics Energy Business Retail Business E-Commerce Real Estate Business Bio-Energy & Renewable Power Agricultural Biomass / Waste Utilization Health, Safety and Sustainability (HSS) Strategic Planning Internal Audit, Internal Control and M&A Innovative Research & Development Financial Technology & Banking
ธีรนันท์ ศรีหงส์ -
พิทักษ์ รัชกิจประการ -
พงษ์ศักดิ์ วชิรศักดิ์พานิช
สุพจน์ พิทยพงษ์พัชร์ -
มาลินี สัมบุณณานนท์ - - -
เยาวลักษณ์ อร่ามทวีทอง -
ไกรรวี ศิริกุล - -
ศนิสิทธิ์ นิธยานุรักษ์ - - -
เฉลิมรัฐ นาควิเชียร
รังสรรค์ พวงปราง -
คะแนนรวม 9 10 10 6 9 9 10 10 9 7 10 10 10 9 9

คณะกรรมการบริษัทมีความหลากหลายทั้งด้าน ทักษะ วิชาชีพ เพศ และองค์ประกอบสมรรถนะ ตามกรอบ Skill Matrix อาทิ การบริหารจัดการธุรกิจ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) พลังงานชีวภาพและพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนการบริหารทรัพยากรบุคคลและภาวะผู้นำ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี และสนับสนุนให้บริษัทสามารถขับเคลื่อนการเติบโตได้ตามแผนกลยุทธ์และเป้าหมายที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารทุกท่านมีประสบการณ์และความรู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท รวมถึงความเชี่ยวชาญในด้าน กฎหมาย บัญชี การเงิน เทคโนโลยีสารสนเทศและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ สุขภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเชิงนวัตกรรม ซึ่งช่วยเสริมความรอบด้านในการกำกับดูแลกิจการและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ

การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท

บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยการประเมินครอบคลุมทั้งรายบุคคลและรายคณะ เพื่อให้เกิดการติดตามและพัฒนาการทำงานของคณะกรรมการบริษัทฯอย่างต่อเนื่อง การประเมินแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ดังนี้

  1. การประเมินคณะกรรมการบริษัท
  2. ประเมินคณะกรรมการชุดย่อย

หลังจากดำเนินการประเมินเสร็จสิ้น จะมีการจัดทำรายงานผลการประเมิน รวมถึงข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการ เพื่อให้บริษัทฯสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุง ติดตามผล และพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต โดยองค์ประกอบหลักที่ใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วย 6 ด้านสำคัญดังนี้

องค์ประกอบหลักในการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท
1 โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการบริษัท
2 บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท
3 การประชุมคณะกรรมการบริษัท
4 พลวัติในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท
5 ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ
6 การพัฒนากรรมการบริษัท
ผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท
การประเมินทั้งคณะ
ร้อยละ 98.42
การประเมินตนเองรายบุคคล
ร้อยละ 99.52

ทั้งนี้ เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรรมการแต่ละคนควรเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนการประชุมคณะกรรมการบริษัททั้งหมดที่ได้จัดให้มีขึ้นในรอบปี

ตัวชี้วัด คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการลงทุน กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (NED)
จำนวนการประชุม (ครั้ง) 11 10 12 4 7 7 4 1
รูปแบบการประชุม
Physical 4 10 11 4 7 7 4 1
Hybrid 7 - 1 - - - - -
สัดส่วนการเข้าร่วมประชุม (%) 100 100 100 100 100 100 100 -
การประเมินการปฏิบัติงานรายคณะ (%) 98.42 100 100 99.80 99.31 99.65 100 -

ทั้งนี้เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรรมการแต่ละคนควรเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนการประชุมคณะกรรมการบริษัททั้งหมดที่ได้จัดให้มีขึ้นในรอบปี โดยมีการกำหนดตารางการประชุมไว้ล่วงหน้าในช่วงไตรมาส ที่ 3 ของทุกปี

สิทธิในการลงมติเรื่องค่าตอบแทนกรรมการ

บริษัทให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการพิจารณาและลงมติเห็นชอบค่าตอบแทนของกรรมการเป็นประจำทุกปี โดยคณะกรรมการบริษัทจะจัดทำข้อเสนออัตราค่าตอบแทนพร้อมหลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาในแต่ละปี และนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ นโยบายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล

บริษัทฯ กำหนดให้มีการประเมินผลงานของบุคลากรในแต่ละตำแหน่ง ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูงและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยใช้เครื่องมือวางแผนการจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning) Balanced Scorecard (BSC) ในการวัดผลความสำเร็จของการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ตาม วิสัยทัศน์และพันธกิจ โดยจะวัดผลจาก 4 มุมมอง ดังนี้

ด้านการเงิน
ตัวชี้วัดเกี่ยวกับด้านการเงิน เป็นมุมมองเกี่ยวกับสิ่งที่วัดได้เป็นเงิน เช่น กำไรสุทธิ (NI) ยอดขายสินค้า เป็นต้น
ด้านลูกค้า
ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือการตลาด เช่น ความพึงพอใจ อัตราการร้องเรียนของลูกค้า การกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้า เป็นต้น
ด้านกระบวนการภายใน
การวัดผลเกี่ยวกับการปฎิบัติงานของกระบวนการทำงานภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม เช่น ระยะเวลาในการทำงาน (SLA) กระบวนการจัดซื้อ กระบวนการผลิต การบริหารการขนส่ง เป็นต้น
ด้านการเรียนรู้ และการเติบโต
การวัดผลเกี่ยวกับคุณภาพของบุคลากรในองค์กร เช่น ลดอัตราการลาออกของพนักงาน เป็นต้น

อีกทั้ง ยังกำหนดให้ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทฯเป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดในการประเมินผลการดำเนินงานของผู้นำบริษัท(CEO หรือเทียบเท่า) หรือผู้บริหารระดับสูง ซึ่งประกอบไปด้วย การประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน จากการเข้าร่วมตอบแบบประเมินความยั่งยืนที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยบริษัทฯได้กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จขององค์กรดังกล่าวเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ 4 ด้านดังนี้

  1. วิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัทฯ
  2. ผลสำเร็จทางการเงินของบริษัทฯ
  3. เพิ่มศักยภาพบุคลากรของบริษัทฯในการขับเคลื่อนธุรกิจให้บรรลุเป้าหมาย
  4. สร้างนวัตกรรมในบริษัทฯ และขับเคลื่อนสู่ธุรกิจ S-curve ใหม่
ตัวชี้วัดองค์กร ประธานเจ้าหน้าที่ ผู้บริหาร พนักงาน
Financial Performance
Productivity Initiative
Sustainability Development

กระบวนการกำหนดค่าตอบแทน

1. การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ

บริษัทมีคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน (Nomination and Remuneration Committee) เป็นผู้พิจารณาเบื้องต้น โดยใช้หลักเกณฑ์ดังนี้:

  • หลักเกณฑ์การพิจารณา: เปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกันที่มีขนาดใกล้เคียงกัน
    • สอดคล้องกับผลประกอบการของบริษัท (Performance-based)
    • ความรับผิดชอบและขอบเขตหน้าที่ของกรรมการแต่ละท่าน
  • องค์ประกอบของค่าตอบแทน: มักประกอบด้วย เบี้ยประชุม และ บำเหน็จกรรมการ (ไม่มีสิทธิประโยชน์อื่นที่ไม่ใช่ตัวเงินที่สำคัญ)
  • กระบวนการอนุมัติ: ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท และนำเสนอเพื่อ อนุมัติโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น เป็นประจำทุกปี
2. การกำหนดค่าตอบแทนผู้บริหาร

การกำหนดค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้บริหารระดับสูง จะพิจารณาให้เชื่อมโยงกับความสำเร็จขององค์กรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว:

  • ค่าตอบแทนระยะสั้น: ได้แก่ เงินเดือนและโบนัสประจำปี ซึ่งผูกกับ KPI (Key Performance Indicators) ของแต่ละบุคคลและผลกำไรของบริษัท
  • การประเมินผล: คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน จะเป็นผู้ประเมินผลงานของ CEO และผู้บริหารระดับสูงทุกปี เพื่อพิจารณาปรับฐานเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทน

บทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

บริษัทฯแต่งตั้งคณะกรรมการ ชุดย่อยดำเนินงานอย่างอิสระภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท กำกับดูแลให้การบริหารงานเป็นไปตามมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลและจริยธรรม ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญ ประกอบด้วย

คณะกรรมการตรวจสอบ
  • สอบทานรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายในที่เหมาะสม และมีประสิทธิผล
  • การเปิดเผยข้อมูลรายการเกี่ยวโยงหรือรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้มีความถูกต้อง และครบถ้วน
  • รายงานผลสรุปผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องและให้คำปรึกษาข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน
  • พิจารณาให้คำแนะนำในการกำหนดกรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดี การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ด้านการบริหารความยั่งยืน และความรับผิดชอบต่อสังคม ให้มีความเหมาะสมกับโครงสร้างของกลุ่มบริษัท
  • ทบทวนนโยบายที่เกี่ยวข้องให้มีความต่อเนื่องและเป็นปัจจุบันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • สอบทานร่วมกับฝ่ายจัดการเกี่ยวกับการปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • รายงานผลสรุปผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องและให้คำปรึกษาข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยไตรมาสละครั้ง
คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
  • ดูแลให้คณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยมีขนาด และองค์ประกอบที่เหมาะสมกับบริษัทฯ
  • จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด ตลอดจน
  • พิจารณาหลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาบุคคลที่เหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริษัท
  • เสนอความเห็นต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นผู้แต่งตั้งกรรมการ
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
  • กำกับดูแล และสนับสนุนให้มีการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงองค์กร และการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายทางธุรกิจ รวมถึงสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
  • สอบทานรายงานการบริหารความเสี่ยง
  • ติดตามความเสี่ยงที่มีความสำคัญต่อองค์กร
  • ดำเนินการให้องค์กรมีการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
คณะกรรมการบริหาร
  • กำหนดนโยบาย ทิศทาง กลยุทธ์ และโครงสร้างการบริหารงานหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯที่กำหนดให้สอดคล้องและสนับสนุนต่อสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขัน เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
  • กำหนดกรอบการจัดสรรทรัพยากร การพัฒนา งบประมาณ นโยบายการเงิน การลงทุนของบริษัทฯ รวมทั้งกำกับดูแลให้นโยบายภาพรวม มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และเป้าหมายหลักในการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ

การพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการ

ตามนโยบายของบริษัท พีทีจี ส่งเสริมให้กรรมการทุกท่านได้รับการพัฒนาและเข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพเพิ่มเติม อาทิ การเข้าอบรมหลักสูตรจากสถาบันส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Institute of Thai Directors: IOD) หรือหลักสูตรและการสัมนาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท โดยในปี 2568 กรรมการบริษัทจำนวน 10 ท่าน ได้เข้าอบรมจากสถาบันส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย รวมถึงสถาบันอื่นๆ ได้แก่

Director Accreditation Program (DAP) รุ่นที่ 233/2025
Subsidiary Governance Program (SGP) รุ่นที่ 13/2025
Director Forum 2025: Future-Ready Boards: Board Nomination and Compensation Strategies
Boardroom Excellence: A Key to Corporate Success
ESG in the Boardroom: A Practical Guide for Board ESG, Class 11/2025
The Board's Roles in Climate Governance (BCG) รุ่นที่ 5/2024
Director's Briefing 2/2025: Navigating Risks and Capturing Opportunities in the Warming World
Risk Management for Executives by Dr. Piyawadee Khovidhunkit
A New Era for Audit Committees: Adapting to Emerging Risks and Evolving Competencies
PDPA Management Training 2025
Visionary Leadership Masterclass
Director's Briefing 14/2025: Business Transformation and Leadership Summit 2025 Symphony of Disruptions - The Great Convergence

การสนับสนุนองค์กร และสมาคมภายนอก

รายชื่อองค์กร ประเภทองค์กร จำนวนเงินที่สนับสนุน (บาท)
2563 2564 2565 2566 2567 2568
สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมการค้า
สมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG) สมาคมการค้า 900,000 495,000 225,000 225,000 225,000 225,000
สมาคมคนพิการภาคตะวันออก สมาคมการค้า
สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมการค้า 25,000 25,000 50,000 15,000 15,000
สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ สมาคมการค้า 100,000 100,000 100,000
สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน สมาคมการค้า 30,000 60,000 30,000 30,000 80,000
สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย สมาคมการค้า
สมาคมกีฬารถจักรยานยนต์ 360 องศา สมาคมการค้า
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย สมาคมการค้า 78,972 39,009 8,000 241,993.46
สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย สมาคมการค้า 1,250 3,000 3,000 3,000 3,000
สมาคมประสานงานรถรับจ้างสุวรรณภูมิ สมาคมการค้า 98,400
สมาคมเยาวชนสตาร์ทอัพ สมาคมการค้า 300,000
สภากาชาดไทย สมาคมการค้า 50,000 20,000
สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย สมาคมการค้า 21,000 56,600
สมาคมส่งเสริมคุณภาพอากาศในอาคาร สมาคมการค้า 36,000
หอการค้าไทย สมาคมการค้า 46,000 23,000 23,000 23,000
Alumniสมาคมศิษย์เก่าคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลนครินทร์ สมาคมการค้า 50,000 50,000
สมาคมศิษย์เก่าแสงทอง สมาคมการค้า 50,000
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สมาคมการค้า 200,000 160,000
สมาคมบริหารงานจัดซื้อและซัพพลายเชนแห่งประเทศไทย สมาคมการค้า 48,088 25,336.45
สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน สมาคมการค้า 276,450 78,650 66,900
สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) สมาคมการค้า 210,262 361,017.34 270,730.63
สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย สมาคมการค้า 50,000 50,00 50,000
สมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย สมาคมการค้า 3,000
สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมาคมการค้า 60,000
สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน สมาคมการค้า 20,000
สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมการค้า
รวม 1,631,000 1,058,000 956,250 1,028,400 539,972 1,244,809

การดำเนินการด้านภาษี

พีทีจี มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และตระหนักในหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินการด้านภาษี จึงได้กำหนดนโยบายภาษีขึ้นมาเพื่อเป็นกรอบในการทำงานของกลุ่มบริษัท และรักษาผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดตามหลักบรรษัทภิบาลที่มีประสิทธิภาพ เพียงพอ โปร่งใสและมีจริยธรรม

การถือครองหุ้นของผู้บริหาร

จำนวนหุ้นที่ถือครองโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารระดับสูง (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568)

ตำแหน่ง ชื่อ-นามสกุล จำนวนเท่าของค่าตอบแทนรายปี
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ นายพิทักษ์ รัชกิจประการ 1.28
จำนวนโดยเฉลี่ยการถือครองหุ้นโดยผู้บริหารระดับสูง* นายรังสรรค์ พวงปราง
นายชัยวัตน์ เลิศวนาริทร์
นาย ชัยทัศน์ วันชัย
นาง วินิตา สาน้อย
6.01

หมายเหตุ:
* ผู้บริหารตามนิยามของสำนักงาน ก.ล.ต.

จำนวนหุ้นที่ถือครองของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ = จำนวนหุ้นที่ถือครอง ณ สิ้นปี /ค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงรวม CEO

รายงานภาษี

ปี 2568 พีทีจี มีภาษีเงินได้ เท่ากับ 320 ล้านบาท โดยมีอัตราภาษีที่แท้จริง (effective tax rate) ที่ 22.95 % เนื่องจาก กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนทางภาษีที่ยังไม่ได้บันทึกสินทรัพย์และรายได้ภาษีเงินเงินได้รอตัดบัญชี

การรายงานทางการเงิน หน่วย 2566 2567 2568
รายได้ก่อนหักภาษี ล้านบาท 1,226.57 1,489.64 1,393.88
ภาษีจ่าย ล้านบาท 260.82 447.78 319.89
อัตราภาษีที่แท้จริง ร้อยละ 21.26 30.06 22.95%
ภาษีเงินสด ล้านบาท 452.79 618.54 509.70
อัตราภาษีเงินสด ร้อยละ 39.91 41.52 36.57%