การกำกับดูแลกิจการที่ดีถือเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และความเป็นธรรม อันนำไปสู่การสร้างคุณค่าและความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
มีส่วนได้เสียหลักที่ได้รับผลกระทบ

ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

ผลกระทบต่อธุรกิจ
ผลการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมาย
ผลการประเมินการกำกับดูแลบริษัทฯจดทะเบียน (CGR)
ปี 2568
ปี 2568
ปี 2570
แนวทางการบริหารจัดการ
องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 10 คน โดยมีกรรมการที่มิใช่ผู้บริหารจำนวน 8 คน กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 2 คน และกรรมการอิสระตามนิยามคุณสมบัติกรรมการอิสระของบริษัทฯ และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. จำนวน 4 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) ซึ่งกรรมการทุกคนเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ทักษะ และประสบการณ์ที่หลากหลาย สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้กรรมการบริษัททุกคนดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนไม่เกิน 5 บริษัท เพื่อให้มั่นใจว่ากรรมการสามารถอุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเพียงพอ มีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัทฯมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ และอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท ซึ่งประกอบไปด้วย
โดยบริษัทฯ กำหนดให้ประธานกรรมการบริษัทดำรงตำแหน่งในฐานะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (Non-Executive Director) เพื่อเสริมสร้างความเป็นอิสระในการกำกับดูแล และสร้างการถ่วงดุลอำนาจกับฝ่ายบริหารอย่างเหมาะสม
โครงสร้างดังกล่าวช่วยให้บริษัทฯ มีระบบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล รวมถึงสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ขององค์กรอย่างรอบคอบ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม
องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท
การสรรหากรรมการและผู้บริหาร
บริษัทฯ ได้พิจารณาถึงองค์ประกอบในเรื่องความหลากหลายของคณะกรรมการ ได้แก่ สัดส่วนกรรมการอิสระและกรรมการที่เป็นเพศหญิง (ความหลากหลายทางเพศ) ความหลากหลายทางเชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา อายุ รวมถึงทักษะ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอันสอดคล้องกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ (Materials Industry) ตาม Board Skills Matrix รวมทั้งได้พิจารณาจากบัญชีรายชื่อหรือฐานข้อมูลกรรมการ (Director’s Pool) และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทฯไทย (IOD) เพื่อส่งเสริมให้องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทมีความหลากหลายและเหมาะสมเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทมีองค์ประกอบตามที่กำหนด
อีกทั้งมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้มีสัดส่วนของกรรมการที่มีความหลากหลายทางเพศที่แตกต่างอย่างน้อย ร้อยละ 30 ในจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด แต่ไม่จำกัดเพียงเพศชาย เพศหญิง และเพศต่างๆ ที่ไม่ใช่ชายและหญิง (นอน-ไบนารี่) อย่างไรก็ตาม การพิจารณาสัดส่วนดังกล่าว จะต้องขึ้นอยู่กับทักษะและประสบการณ์ของคณะกรรมการที่สอดคล้องกับ กลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นสำคัญ

การจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด
นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีแผนการคัดเลือกบุคลากรที่จะเข้ามารับผิดชอบในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส และมั่นใจว่าบริษัทจะได้ผู้บริหารระดับสูงที่มีความเป็นมืออาชีพ และบริหารได้โดยเป็นอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือรายใด โดยมี คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน เป็นผู้จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณา ในการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะพิจารณาจากบุคคลที่มีทักษะ ประสบการณ์วิชาชีพ คุณสมบัติเฉพาะด้านที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท (CEO’s Success Profile) รวมถึงกรณีไม่ให้มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และนำเสนอชื่อต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณา นอกเหนือจากการสรรหา คัดเลือก และเสนอบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่แล้ว บริษัทยังได้จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้ารับตำแหน่งต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายว่าการดำเนินงานของบริษัทจะได้รับการสานต่ออย่างทันท่วงที คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายให้มีการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการสืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ทั้งจากบุคคลภายในและบุคคลภายนอก เพื่อให้ได้บุคคลที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาของบริษัท โดยคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนจะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสรรหาคัดเลือกไว้อย่างชัดเจน คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะทบทวนรายละเอียด และสรุปผลการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นประจำทุกปี และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อย 1 ครั้ง
กรรมการบริษัทสามารถไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นได้ไม่เกิน 5 บริษัทจดทะเบียน โดยให้เป็นไปตามนโยบาย และวิธีปฏิบัติในการไปดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่น ทั้งนี้ ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทก่อน ตามรายละเอียด ดังต่อไปนี้
- แจ้งการรับตำแหน่งอื่นใดในบริษัท และองค์กรต่าง ๆ มายังคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน เพื่อรับทราบ
- คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ
- เลขานุการบริษัทนำข้อมูลไปเปิดเผยไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี/รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) และรายงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

สิทธิของผู้ถือหุ้นในการเลือกตั้งกรรมการ
บริษัทฯให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลและการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนเพื่อแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้น ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทกำหนด การเลือกตั้งกรรมการที่ครบวาระเป็นไปตามระบบการหมุนเวียน เพื่อรักษาเสถียรภาพของคณะกรรมการและความต่อเนื่องในการกำกับดูแลกิจการ ทั้งนี้ กระบวนการสรรหาและเสนอชื่อกรรมการดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และพิจารณาจากคุณสมบัติ ความเหมาะสม และความสามารถ เพื่อให้โครงสร้างคณะกรรมการสอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของบริษัทในระยะยาว

หลักเกณฑ์ วิธีการ และคุณสมบัติของกรรมการบริษัท กรรมการชุดย่อย และผู้บริหารสูงสุด ดังนี้
คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนมีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และพิจารณาคุณสมบัติของกรรมการบริษัท กรรมการชุดย่อย และผู้บริหารสูงสุด โดยคำนึงถึงความหลากหลายของคณะกรรมการ (Board Diversity) โดยไม่เลือกปฏิบัติด้านเพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา หรือภูมิหลังอื่นใด พร้อมพิจารณาความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญที่สอดคล้องกับธุรกิจ การอุทิศเวลา และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ
การสรรหาและเสนอชื่อจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเสนอให้คณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับการพิจารณาล่วงหน้าก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น
ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย ไม่มีลักษณะต้องห้าม มีภาวะผู้นำ คุณธรรม จริยธรรม และไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ พร้อมทั้งมีทักษะตาม Board Skill Matrix ที่ครอบคลุมด้านกลยุทธ์ ธุรกิจ การเงิน กฎหมาย เทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง และธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
นอกจากนี้ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการบริหารงาน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว
บริษัทมีการทบทวน Skill Matrix ของคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี ควบคู่ไปกับการพิจารณาผลการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการกำหนด หลักเกณฑ์การสรรหากรรมการใหม่ และการพัฒนา ศักยภาพของกรรมการปัจจุบัน โดยทักษะและความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการบริษัทมีรายละเอียดดังนี้
| ชื่อ - นามสกุล คณะกรรมการ | ส่วนที่ 1 - ทักษะและประสบการณ์ทั่วไป | ส่วนที่ 2 - ทักษะเฉพาะทางธุรกิจ | ส่วนที่ 3 - ทักษะด้านอื่นๆ | ||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Business Management | People Management & Leadership | Domestic & International Trading | IT, Digital Transformation, AI & Robotics | Energy Business | Retail Business | E-Commerce | Real Estate Business | Bio-Energy & Renewable Power | Agricultural Biomass / Waste Utilization | Health, Safety and Sustainability (HSS) | Strategic Planning | Internal Audit, Internal Control and M&A | Innovative Research & Development | Financial Technology & Banking | |
| ธีรนันท์ ศรีหงส์ | - | ||||||||||||||
| พิทักษ์ รัชกิจประการ | - | ||||||||||||||
| พงษ์ศักดิ์ วชิรศักดิ์พานิช | |||||||||||||||
| สุพจน์ พิทยพงษ์พัชร์ | - | ||||||||||||||
| มาลินี สัมบุณณานนท์ | - | - | - | ||||||||||||
| เยาวลักษณ์ อร่ามทวีทอง | - | ||||||||||||||
| ไกรรวี ศิริกุล | - | - | |||||||||||||
| ศนิสิทธิ์ นิธยานุรักษ์ | - | - | - | ||||||||||||
| เฉลิมรัฐ นาควิเชียร | |||||||||||||||
| รังสรรค์ พวงปราง | - | ||||||||||||||
| คะแนนรวม | 9 | 10 | 10 | 6 | 9 | 9 | 10 | 10 | 9 | 7 | 10 | 10 | 10 | 9 | 9 |
คณะกรรมการบริษัทมีความหลากหลายทั้งด้าน ทักษะ วิชาชีพ เพศ และองค์ประกอบสมรรถนะ ตามกรอบ Skill Matrix อาทิ การบริหารจัดการธุรกิจ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) พลังงานชีวภาพและพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนการบริหารทรัพยากรบุคคลและภาวะผู้นำ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี และสนับสนุนให้บริษัทสามารถขับเคลื่อนการเติบโตได้ตามแผนกลยุทธ์และเป้าหมายที่กำหนดไว้
ทั้งนี้ กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารทุกท่านมีประสบการณ์และความรู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท รวมถึงความเชี่ยวชาญในด้าน กฎหมาย บัญชี การเงิน เทคโนโลยีสารสนเทศและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ สุขภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเชิงนวัตกรรม ซึ่งช่วยเสริมความรอบด้านในการกำกับดูแลกิจการและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ
การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท
บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยการประเมินครอบคลุมทั้งรายบุคคลและรายคณะ เพื่อให้เกิดการติดตามและพัฒนาการทำงานของคณะกรรมการบริษัทฯอย่างต่อเนื่อง การประเมินแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ดังนี้
- การประเมินคณะกรรมการบริษัท
- ประเมินคณะกรรมการชุดย่อย
หลังจากดำเนินการประเมินเสร็จสิ้น จะมีการจัดทำรายงานผลการประเมิน รวมถึงข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการ เพื่อให้บริษัทฯสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุง ติดตามผล และพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต โดยองค์ประกอบหลักที่ใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วย 6 ด้านสำคัญดังนี้
ทั้งนี้ เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรรมการแต่ละคนควรเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนการประชุมคณะกรรมการบริษัททั้งหมดที่ได้จัดให้มีขึ้นในรอบปี
| ตัวชี้วัด | คณะกรรมการบริษัท | คณะกรรมการตรวจสอบ | คณะกรรมการบริหาร | คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง | คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน | คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน | คณะกรรมการลงทุน | กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (NED) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| จำนวนการประชุม (ครั้ง) | 11 | 10 | 12 | 4 | 7 | 7 | 4 | 1 |
| รูปแบบการประชุม | ||||||||
| Physical | 4 | 10 | 11 | 4 | 7 | 7 | 4 | 1 |
| Hybrid | 7 | - | 1 | - | - | - | - | - |
| สัดส่วนการเข้าร่วมประชุม (%) | 100 | 100 | 100 | 100 | 100 | 100 | 100 | - |
| การประเมินการปฏิบัติงานรายคณะ (%) | 98.42 | 100 | 100 | 99.80 | 99.31 | 99.65 | 100 | - |
ทั้งนี้เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรรมการแต่ละคนควรเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนการประชุมคณะกรรมการบริษัททั้งหมดที่ได้จัดให้มีขึ้นในรอบปี โดยมีการกำหนดตารางการประชุมไว้ล่วงหน้าในช่วงไตรมาส ที่ 3 ของทุกปี
สิทธิในการลงมติเรื่องค่าตอบแทนกรรมการ
บริษัทให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการพิจารณาและลงมติเห็นชอบค่าตอบแทนของกรรมการเป็นประจำทุกปี โดยคณะกรรมการบริษัทจะจัดทำข้อเสนออัตราค่าตอบแทนพร้อมหลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาในแต่ละปี และนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ นโยบายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล
บริษัทฯ กำหนดให้มีการประเมินผลงานของบุคลากรในแต่ละตำแหน่ง ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูงและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยใช้เครื่องมือวางแผนการจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning) Balanced Scorecard (BSC) ในการวัดผลความสำเร็จของการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ตาม วิสัยทัศน์และพันธกิจ โดยจะวัดผลจาก 4 มุมมอง ดังนี้
อีกทั้ง ยังกำหนดให้ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทฯเป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดในการประเมินผลการดำเนินงานของผู้นำบริษัท(CEO หรือเทียบเท่า) หรือผู้บริหารระดับสูง ซึ่งประกอบไปด้วย การประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน จากการเข้าร่วมตอบแบบประเมินความยั่งยืนที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยบริษัทฯได้กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จขององค์กรดังกล่าวเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ 4 ด้านดังนี้
- วิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัทฯ
- ผลสำเร็จทางการเงินของบริษัทฯ
- เพิ่มศักยภาพบุคลากรของบริษัทฯในการขับเคลื่อนธุรกิจให้บรรลุเป้าหมาย
- สร้างนวัตกรรมในบริษัทฯ และขับเคลื่อนสู่ธุรกิจ S-curve ใหม่
| ตัวชี้วัดองค์กร | ประธานเจ้าหน้าที่ | ผู้บริหาร | พนักงาน |
|---|---|---|---|
| Financial Performance | |||
| Productivity Initiative | |||
| Sustainability Development |
กระบวนการกำหนดค่าตอบแทน
1. การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ
บริษัทมีคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน (Nomination and Remuneration Committee) เป็นผู้พิจารณาเบื้องต้น โดยใช้หลักเกณฑ์ดังนี้:
- หลักเกณฑ์การพิจารณา: เปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกันที่มีขนาดใกล้เคียงกัน
- สอดคล้องกับผลประกอบการของบริษัท (Performance-based)
- ความรับผิดชอบและขอบเขตหน้าที่ของกรรมการแต่ละท่าน
- องค์ประกอบของค่าตอบแทน: มักประกอบด้วย เบี้ยประชุม และ บำเหน็จกรรมการ (ไม่มีสิทธิประโยชน์อื่นที่ไม่ใช่ตัวเงินที่สำคัญ)
- กระบวนการอนุมัติ: ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท และนำเสนอเพื่อ อนุมัติโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น เป็นประจำทุกปี
2. การกำหนดค่าตอบแทนผู้บริหาร
การกำหนดค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้บริหารระดับสูง จะพิจารณาให้เชื่อมโยงกับความสำเร็จขององค์กรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว:
- ค่าตอบแทนระยะสั้น: ได้แก่ เงินเดือนและโบนัสประจำปี ซึ่งผูกกับ KPI (Key Performance Indicators) ของแต่ละบุคคลและผลกำไรของบริษัท
- การประเมินผล: คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน จะเป็นผู้ประเมินผลงานของ CEO และผู้บริหารระดับสูงทุกปี เพื่อพิจารณาปรับฐานเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทน
บทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
บริษัทฯแต่งตั้งคณะกรรมการ ชุดย่อยดำเนินงานอย่างอิสระภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท กำกับดูแลให้การบริหารงานเป็นไปตามมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลและจริยธรรม ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญ ประกอบด้วย
คณะกรรมการตรวจสอบ
- สอบทานรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายในที่เหมาะสม และมีประสิทธิผล
- การเปิดเผยข้อมูลรายการเกี่ยวโยงหรือรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้มีความถูกต้อง และครบถ้วน
- รายงานผลสรุปผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องและให้คำปรึกษาข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน
- พิจารณาให้คำแนะนำในการกำหนดกรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดี การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ด้านการบริหารความยั่งยืน และความรับผิดชอบต่อสังคม ให้มีความเหมาะสมกับโครงสร้างของกลุ่มบริษัท
- ทบทวนนโยบายที่เกี่ยวข้องให้มีความต่อเนื่องและเป็นปัจจุบันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- สอบทานร่วมกับฝ่ายจัดการเกี่ยวกับการปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
- รายงานผลสรุปผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องและให้คำปรึกษาข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยไตรมาสละครั้ง
คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
- ดูแลให้คณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยมีขนาด และองค์ประกอบที่เหมาะสมกับบริษัทฯ
- จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด ตลอดจน
- พิจารณาหลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาบุคคลที่เหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริษัท
- เสนอความเห็นต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นผู้แต่งตั้งกรรมการ
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
- กำกับดูแล และสนับสนุนให้มีการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงองค์กร และการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายทางธุรกิจ รวมถึงสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
- สอบทานรายงานการบริหารความเสี่ยง
- ติดตามความเสี่ยงที่มีความสำคัญต่อองค์กร
- ดำเนินการให้องค์กรมีการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
คณะกรรมการบริหาร
- กำหนดนโยบาย ทิศทาง กลยุทธ์ และโครงสร้างการบริหารงานหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯที่กำหนดให้สอดคล้องและสนับสนุนต่อสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขัน เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
- กำหนดกรอบการจัดสรรทรัพยากร การพัฒนา งบประมาณ นโยบายการเงิน การลงทุนของบริษัทฯ รวมทั้งกำกับดูแลให้นโยบายภาพรวม มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และเป้าหมายหลักในการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ
การพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการ
ตามนโยบายของบริษัท พีทีจี ส่งเสริมให้กรรมการทุกท่านได้รับการพัฒนาและเข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพเพิ่มเติม อาทิ การเข้าอบรมหลักสูตรจากสถาบันส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Institute of Thai Directors: IOD) หรือหลักสูตรและการสัมนาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท โดยในปี 2568 กรรมการบริษัทจำนวน 10 ท่าน ได้เข้าอบรมจากสถาบันส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย รวมถึงสถาบันอื่นๆ ได้แก่
การสนับสนุนองค์กร และสมาคมภายนอก
| รายชื่อองค์กร | ประเภทองค์กร | จำนวนเงินที่สนับสนุน (บาท) | |||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2563 | 2564 | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | ||
| สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย | สมาคมการค้า | ||||||
| สมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG) | สมาคมการค้า | 900,000 | 495,000 | 225,000 | 225,000 | 225,000 | 225,000 |
| สมาคมคนพิการภาคตะวันออก | สมาคมการค้า | ||||||
| สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย | สมาคมการค้า | 25,000 | 25,000 | 50,000 | 15,000 | 15,000 | |
| สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ | สมาคมการค้า | 100,000 | 100,000 | 100,000 | |||
| สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน | สมาคมการค้า | 30,000 | 60,000 | 30,000 | 30,000 | 80,000 | |
| สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย | สมาคมการค้า | ||||||
| สมาคมกีฬารถจักรยานยนต์ 360 องศา | สมาคมการค้า | ||||||
| สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย | สมาคมการค้า | 78,972 | 39,009 | 8,000 | 241,993.46 | ||
| สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย | สมาคมการค้า | 1,250 | 3,000 | 3,000 | 3,000 | 3,000 | |
| สมาคมประสานงานรถรับจ้างสุวรรณภูมิ | สมาคมการค้า | 98,400 | |||||
| สมาคมเยาวชนสตาร์ทอัพ | สมาคมการค้า | 300,000 | |||||
| สภากาชาดไทย | สมาคมการค้า | 50,000 | 20,000 | ||||
| สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย | สมาคมการค้า | 21,000 | 56,600 | ||||
| สมาคมส่งเสริมคุณภาพอากาศในอาคาร | สมาคมการค้า | 36,000 | |||||
| หอการค้าไทย | สมาคมการค้า | 46,000 | 23,000 | 23,000 | 23,000 | ||
| Alumniสมาคมศิษย์เก่าคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลนครินทร์ | สมาคมการค้า | 50,000 | 50,000 | ||||
| สมาคมศิษย์เก่าแสงทอง | สมาคมการค้า | 50,000 | |||||
| สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย | สมาคมการค้า | 200,000 | 160,000 | ||||
| สมาคมบริหารงานจัดซื้อและซัพพลายเชนแห่งประเทศไทย | สมาคมการค้า | 48,088 | 25,336.45 | ||||
| สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน | สมาคมการค้า | 276,450 | 78,650 | 66,900 | |||
| สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) | สมาคมการค้า | 210,262 | 361,017.34 | 270,730.63 | |||
| สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย | สมาคมการค้า | 50,000 | 50,00 | 50,000 | |||
| สมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย | สมาคมการค้า | 3,000 | |||||
| สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ | สมาคมการค้า | 60,000 | |||||
| สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน | สมาคมการค้า | 20,000 | |||||
| สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย | สมาคมการค้า | ||||||
| รวม | 1,631,000 | 1,058,000 | 956,250 | 1,028,400 | 539,972 | 1,244,809 | |
การดำเนินการด้านภาษี
การถือครองหุ้นของผู้บริหาร
จำนวนหุ้นที่ถือครองโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารระดับสูง (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568)
| ตำแหน่ง | ชื่อ-นามสกุล | จำนวนเท่าของค่าตอบแทนรายปี |
|---|---|---|
| ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ | นายพิทักษ์ รัชกิจประการ | 1.28 |
| จำนวนโดยเฉลี่ยการถือครองหุ้นโดยผู้บริหารระดับสูง* | นายรังสรรค์ พวงปราง นายชัยวัตน์ เลิศวนาริทร์ นาย ชัยทัศน์ วันชัย นาง วินิตา สาน้อย |
6.01 |
หมายเหตุ:
* ผู้บริหารตามนิยามของสำนักงาน ก.ล.ต.
จำนวนหุ้นที่ถือครองของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ = จำนวนหุ้นที่ถือครอง ณ สิ้นปี /ค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงรวม CEO
รายงานภาษี
ปี 2568 พีทีจี มีภาษีเงินได้ เท่ากับ 320 ล้านบาท โดยมีอัตราภาษีที่แท้จริง (effective tax rate) ที่ 22.95 % เนื่องจาก กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนทางภาษีที่ยังไม่ได้บันทึกสินทรัพย์และรายได้ภาษีเงินเงินได้รอตัดบัญชี
| การรายงานทางการเงิน | หน่วย | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|---|
| รายได้ก่อนหักภาษี | ล้านบาท | 1,226.57 | 1,489.64 | 1,393.88 |
| ภาษีจ่าย | ล้านบาท | 260.82 | 447.78 | 319.89 |
| อัตราภาษีที่แท้จริง | ร้อยละ | 21.26 | 30.06 | 22.95% |
| ภาษีเงินสด | ล้านบาท | 452.79 | 618.54 | 509.70 |
| อัตราภาษีเงินสด | ร้อยละ | 39.91 | 41.52 | 36.57% |