บูรณาการความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเข้ากับทุกห่วงโซ่คุณค่า เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและสร้างมาตรฐานความยั่งยืนที่สอดคล้องกับระดับสากล
ผู้มีส่วนได้เสียหลักที่ได้รับผลกระทบ

ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

ผลกระทบต่อธุรกิจ
ผลการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมาย
| เป้าหมาย ปี 2570 |
เป้าหมาย ปี 2568 |
ผลการดำเนินงาน ปี 2568 |
|
|---|---|---|---|
| ปริมาณการรั่วไหลของน้ำมัน1/ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพื้นดินหรือแหล่งน้ำ มากกว่า 1 บาร์เรล | 0 ครั้ง | 0 ครั้ง | 1 ครั้ง3/ |
| ปริมาณการรั่วไหลของน้ำมัน1/ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพื้นดินหรือแหล่งน้ำมากกว่า 100 บาร์เรล | 0 ครั้ง | 0 ครั้ง | 0 ครั้ง |
| สัดส่วนของปริมาณขยะและของเสียอันตรายที่ถูกกำจัดอย่างถูกวิธีเป็นไปตามกฎหมายกำหนดและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม2/ | ร้อยละ 100 | ร้อยละ 100 | ร้อยละ 100 |
| จำนวนข้อร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย | 0 ครั้ง | 0 ครั้ง | 0 ครั้ง |
| จำนวนกรณีหรือเหตุการณ์ที่ละเมิดกฎหมายหรือสร้างผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ | 0 ครั้ง | 0 ครั้ง | 0 ครั้ง |
หมายเหตุ :
1/ เกณฑ์การรายงานตามมาตรฐาน Ipieca/API/IOGP (2020) Indicator ENV-6 เรื่องการรั่วไหลของไฮโดรคาร์บอนสู่สิ่งแวดล้อม (Spills to the environment) และอ้างอิงตามมาตรฐานในกลุ่มอุตสาหรรมเดียวกัน โดยครอบคลุมขอบเขตการดำเนินงานของบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่คลังน้ำมันและบริษัท พีทีจี โลจิสติกส์ จำกัด ในขอบเขตงานขนส่งน้ำมัน
2/ ขอบเขตข้อมูลปริมาณขยะ ประกอบด้วย บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่สำนักงานใหญ่ คลังกระจายสินค้า คลังน้ำมัน และบริษัท พีทีจี โลจิสติกส์ จำกัด สำนักงานขนส่ง 10 พื้นที่ ซึ่งจะ ประกอบด้วยกิจกรรมซ่อมบำรุง และ งานสำนักงาน
3/ เกิดจากอุบัติเหตุจากการขนส่ง ทำให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันอยู่ที่ 25.16 บาร์เรล ภายหลังการเกิดเหตุการณ์ บริษัทฯ ได้มีการดำเนินการจัดการคราบน้ำมันตามแผนการจัดการ และได้นำเหตุการณ์ดังกล่าว ไป จัดทำเป็นกรณีศึกษาเพื่อหาวิธีการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำต่อไป
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบแนวคิดความยั่งยืนในระดับสากล โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดมลพิษ การใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการติดตามแนวโน้มการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก บริษัทฯ ได้ยกระดับมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ และการจัดทำข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทฯดำเนินการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมการจัดการคุณภาพอากาศ น้ำ และของเสีย รวมถึงการควบคุมการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมทั้งจัดเตรียมแผนรองรับเหตุฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ ควบคู่กับการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพผ่านกิจกรรมร่วมกับชุมชน ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินการขอการรับรองระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14001 เพื่อยกระดับการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง
นโยบายการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายในองค์กรการดำเนินงานเพื่อตอบสนอง
โครงสร้างการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม
กลุ่มบริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการกำกับดูแลและให้ความเห็นชอบเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายและการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร โดยมอบหมายให้คณะผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน รวมถึงคณะทำงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่ขับเคลื่อน ติดตาม และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ผู้บริหารทุกระดับมีหน้าที่ถ่ายทอดนโยบายไปสู่การปฏิบัติ พร้อมกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจนในทุกหน่วยงาน ควบคู่กับการจัดให้มีโครงสร้างการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นทางการ โดยมีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมทำหน้าที่ติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกเดือน รวมถึงพัฒนาและปรับปรุงมาตรการให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ผ่านกระบวนการติดตามกฎหมายใหม่อย่างต่อเนื่องและการทบทวนข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง พร้อมทั้งได้รับการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14001:2015 สำหรับทุกพื้นที่คลังน้ำมัน และการรับรองสำนักงานสีเขียว (Green Office) สำหรับพื้นที่สำนักงาน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

การส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และการสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานทุกระดับตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน และสามารถมีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน บริษัทได้จัดการอบรมในรูปแบบ E-Learning หลักสูตรสำนักงานสีเขียว (Green Office) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างทั่วถึง ครอบคลุมพนักงานจากทุกหน่วยงานและทุกพื้นที่ปฏิบัติงาน
ในปี 2568 มีพนักงานเข้ารับการอบรมหลักสูตรดังกล่าวจำนวนทั้งสิ้น 779 คน จากพนักงานกลุ่มเป้าหมายจำนวน 932 คน คิดเป็นอัตราการเข้าร่วมอบรมร้อยละ 83.58 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการส่งเสริมศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อมของบุคลากร รวมถึงความตระหนักและความร่วมมือของพนักงานในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนองค์กรสู่การดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนในระยะยาว

การบริหารจัดการน้ำ
แนวทางการบริหารจัดการ

การปฏิบัติตามหลักและมาตรฐาน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการตรวจวัดและควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งภายใต้กรอบการจัดการน้ำขององค์กรมาตรฐาน GRI 303 เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยมีการตรวจวัดอย่างสม่ำเสมอตามพารามิเตอร์สำคัญ เช่น pH, BOD, COD, TSS และน้ำมันและไขมัน ซึ่งสอดคล้องกับ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ การตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้สามารถควบคุมค่ามลพิษให้อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายและมาตรฐานกำหนด
ผลการตรวจวัดถูกนำมาใช้ในการประเมินประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสีย การระบุโอกาสในการปรับปรุงกระบวนการ และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทมีแผนในการ ขยายขอบเขตการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งในอนาคต โดยเพิ่มพารามิเตอร์ Total Dissolved Solids (TDS) เพื่อยกระดับความครอบคลุมของการติดตามคุณภาพน้ำและเสริมสร้างประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน
การตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้ง
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำเสียอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ โดยกำหนดให้สถานประกอบกิจการในแต่ละกลุ่มบริษัทติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียหรือถังดักไขมัน เพื่อจัดการน้ำเสียตั้งแต่ต้นทาง และควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดก่อนปล่อยสู่สาธารณะ เพื่อให้ระบบบำบัดน้ำเสียสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทกำหนดให้มีการทำความสะอาดและบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสียหรือถังดักไขมันอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งจัดให้มีการบันทึกข้อมูลปริมาณการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำมาวิเคราะห์แนวโน้มการใช้น้ำ และใช้เป็นฐานข้อมูลในการกำหนดมาตรการลดการใช้น้ำอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ บริษัทได้ประกาศเป้าหมายการลดการใช้น้ำให้พนักงานรับทราบอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการรณรงค์สื่อสารผ่านสื่อประชาสัมพันธ์และการจัดอบรมในรูปแบบออนไลน์ อาทิ หลักสูตรสำนักงานสีเขียว (Green Office) เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจด้านการจัดการน้ำและน้ำเสีย และยังจัดให้มีช่องทางการสื่อสารสำหรับผู้ปฏิบัติงานในการแจ้งปัญหาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำและการบำบัดน้ำเสียที่ชำรุดหรือผิดปกติ เพื่อให้สามารถดำเนินการซ่อมแซมหรือปรับปรุงได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว
| รายการ | ค่ามาตรฐาน1/ | หน่วย | ผลการตรวจสอบเฉลี่ย | ||
|---|---|---|---|---|---|
| คลังน้ำมัน2/ | สถานีบริการน้ำมัน3/ | สำนักงานขนส่ง4/ | |||
| 1. ความเป็นกรดและด่าง (pH) | 5.5-9.0 | - | 7.8 | 7.6 | 7.5 |
| 2. บีโอดี (Biochemical Oxygen Demand) | 20 | mg/l | 11.1 | 43 | 23.0 |
| 3. ซีโอดี (Chemical Oxygen Demand) | 120 | mg/l | 77.3 | 134 | 165 |
| 4. ปริมาณของแข็งแขวนลอยทั้งหมด (Total Suspended Solids) | 50 | mg/l | 12.7 | 21 | 13.7 |
| 5. น้ำมันและไขมัน (Oil and Grease) | 5 | mg/l | 0.6 | 5 | 4 |
| 6. อุณหภูมิ (Temperature) | 40 | °c | 30.2 | 30.2 | 33.5 |
หมายเหตุ :
1/ ค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงาน พ.ศ.2560
2/ ครอบคลุมพื้นที่คลังน้ำมัน จำนวน 9 คลัง ได้แก่ คลังน้ำมันแม่กลอง คลังน้ำมันชุมพร คลังน้ำมันปักธงชัย คลังน้ำมันขอนแก่น คลังน้ำมันสุรินทร์ คลังน้ำมันนครสวรรค์ คลังน้ำมัน พิษณุโลก คลังน้ำมันลำปาง และคลังน้ำมันหนองแค
3/ ครอบคลุมพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน จำนวน 151 สถานี ซึ่งเป็นไปตามแผนการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมประจำปี 2568
4/ ครอบคลุมพื้นที่สำนักงานขนส่ง 2 พื้นที่ ได้แก่ สำนักงานขนส่งหนองแค และ สำนักงานขนส่งศรีราชา
ผลการดำเนินงาน
| หน่วย | ผลการดำเนินงาน | เป้าหมาย | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|
| 2566 | 2567 | 2568 | 2568 | 2570 | ||
| สัดส่วนปริมาณน้ำประปาต่อยอดขายน้ำมันผ่านคลังน้ำมัน | ลูกบาศก์เมตรต่อลิตร | 6.76% | -3.48%1/ | -15.49% | -2% | -2% |
| สัดส่วนปริมาณน้ำประปาต่อยอดขายน้ำมันผ่านสถานีบริการน้ำมัน | ลูกบาศก์เมตรต่อลิตร | -13.80% | 7.38%2/ | 51.11%3/ | -2% | -2% |
| อัตราการใช้น้ำต่อคนจากกิจกรรมภายในพื้นที่สำนักงานใหญ่ | ลิตรต่อคน | 51.89 | 47.34 (-8.77%) | 40.73 (1.04%) | -3% | -3% |
หมายเหตุ :
1/ สัดส่วนปริมาณน้ำประปาต่อยอดขายน้ำมันผ่านคลังน้ำมันเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการปรับปรุงระบบดับเพลิงและการปรับปรุงถังเก็บน้ำสำหรับระบบดับเพลิง เพื่อยกระดับความพร้อมด้านความปลอดภัยและให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำในช่วงดำเนินการปรับปรุงเพิ่มขึ้นชั่วคราว
2/ สัดส่วนปริมาณน้ำประปาต่อยอดขายน้ำมันผ่านสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้น เนื่องจากการขยายจำนวนสถานีบริการ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของการใช้บริการจากผู้บริโภค ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำประปาในกิจกรรมภายในสถานีบริการเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
3/ สัดส่วนปริมาณน้ำประปาต่อยอดขายน้ำมันผ่านสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้น เนื่องจาก การขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมันและพื้นที่ให้บริการ ทำให้มีการใช้น้ำสำหรับกิจกรรมภายในสถานี เช่น การทำความสะอาดพื้นที่ ห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงการเก็บข้อมูลการใช้น้ำที่ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
มาตรการที่ดำเนินการเพื่อลดการใช้น้ำ
โครงการ “เก็บทุกหยด”
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้พัฒนาและต่อยอดแนวคิดการปรับปรุงกระบวนการจากโครงการ Kaizen สู่การดำเนินงานภายใต้โครงการ “เก็บทุกหยด” ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการน้ำในกระบวนการล้างรถบรรทุกน้ำมัน
โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการนำร่อง ณ คลังน้ำมันหนองแค จังหวัดสระบุรี โดยมุ่งลดการใช้น้ำประปาผ่านการนำน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิตน้ำดื่มด้วยระบบ Reverse Osmosis (RO) ซึ่งมีปริมาณมากกว่าร้อยละ 80 ของน้ำที่ป้อนเข้าสู่ระบบ มาใช้ทดแทนน้ำประปาในขั้นตอนการล้างรถบรรทุก ทั้งนี้ น้ำที่นำกลับมาใช้มีคุณภาพเหมาะสมต่อการใช้งานและไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานของคลังน้ำมัน
ผลการดำเนินโครงการช่วยลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำภายนอก ลดการสูญเสียน้ำจากกระบวนการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำขององค์กร

การบริหารจัดการขยะและของเสีย
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการของเสียอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่การดำเนินงาน โดยยึดหลัก 3R (Reduce, Reuse, Recycle) เป็นกรอบแนวทางหลักในการป้องกันและลดการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง (Waste Prevention) การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม องค์กรมุ่งเน้นการออกแบบและปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อลดการใช้วัสดุที่ไม่จำเป็น ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ซ้ำและการคัดแยกของเสียอย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มโอกาสในการนำกลับมาใช้ประโยชน์ โดยจัดให้มีระบบคัดแยกของเสียที่ชัดเจน ครอบคลุมของเสียอันตรายและไม่เป็นอันตราย พร้อมกำหนดแนวทางการจัดการ การเก็บรวบรวม และการนำของเสียเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลหรือการกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกำหนดมาตรการรองรับเหตุการณ์น้ำมันหรือสารเคมีรั่วไหล โดยจัดเตรียมอุปกรณ์ควบคุมการรั่วไหลและดูดซับ (Spill Kit) ในพื้นที่เสี่ยง และมีแนวทางการจัดการของเสียจากเหตุฉุกเฉินให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อดิน แหล่งน้ำ และระบบนิเวศโดยรอบ
การดำเนินงานดังกล่าวช่วยลดปริมาณของเสียที่นำไปกำจัดขั้นสุดท้าย (Final Disposal) ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ องค์กรมีการติดตามและประเมินผลการจัดการของเสียอย่างต่อเนื่องผ่านตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการและกำหนดเป้าหมายการลดของเสียในระยะยาว
การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน
บริษัท ฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนตลอดกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ บริษัทดำเนินการตามแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยให้ความสำคัญกับการลดการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดของเสีย โดยเฉพาะพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ การส่งเสริมการนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ซ้ำ และการเพิ่มสัดส่วนการนำวัสดุกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเหมาะสม
การดำเนินงานดังกล่าวครอบคลุมโครงการและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ การรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกในกระบวนการจำหน่ายสินค้า รวมถึงการทำงานร่วมกับคู่ค้าในการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านการเลือกใช้วัสดุ การลดปริมาณวัสดุที่ไม่จำเป็น และการเอื้อต่อการนำไปจัดการหลังการใช้งานอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ผ่านการสื่อสารและการสร้างความเข้าใจแก่พนักงานในทุกระดับ เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการลดการใช้วัสดุสิ้นเปลือง การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นโยบายด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนการปฏิบัติตามหลักและมาตรฐาน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการขยะอย่างรับผิดชอบ โดยนำหลัก 3R (Reduce, Reuse, Recycle) มาเป็นแนวทางสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การลด (Reduce) มุ่งเน้นการป้องกันการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการใช้วัสดุอย่างคุ้มค่าและลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น การใช้ซ้ำ (Reuse) สนับสนุนการนำวัสดุอุปกรณ์กลับมาใช้ใหม่เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด และการรีไซเคิล (Recycle) ส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างถูกต้องเพื่อให้สามารถนำกลับมาแปรรูปและใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง
การดำเนินงานตามหลัก 3R ช่วยลดภาระการกำจัดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการกำจัดขยะ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว

โครงการยางหล่อดอก
บริษัทฯ ดำเนินโครงการใช้ยางหล่อดอกกับรถบรรทุกสิบล้อ รถหัวลาก และรถกึ่งพ่วง (หาง) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเลือกใช้ยางหล่อดอกเฉพาะล้อตาม ขณะที่ล้อหน้าและล้อขับเคลื่อนยังคงใช้ยางใหม่เพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน การนำยางหล่อดอกมาใช้ช่วยยืดอายุการใช้งานของยาง เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ และลดปริมาณยางที่หมดอายุซึ่งต้องนำไปกำจัดเป็นของเสีย โครงการนี้ยังช่วยลดความต้องการใช้ทรัพยากรใหม่ในการผลิตยาง ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการจัดซื้อและการกำจัดของเสียได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทได้ดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน

โดยในปี 2568 มีการนำมาใช้เปลี่ยนจำนวน 1,906 เส้น ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 9,739,660 บาท บริษัทฯ ดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดแนวทางการตรวจสอบสภาพยางและการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด โครงการยางหล่อดอกจึงเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
| ขนาดยาง | หน่วย | จำนวนยางที่หล่อดอกได้ | |||
|---|---|---|---|---|---|
| 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | ||
| 295/80 | เส้น | 509 | 260 | 51 | ยกเลิกใช้งาน |
| 11R 22.5 | เส้น | 417 | 670 | 994 | 1,906 |
| รวม | เส้น | 926 | 930 | 1,045 | 1,906 |
โครงการรณรงค์การคัดแยกขยะรีไซเคิล พื้นที่สำนักงานขนส่งหนองแค จังหวัดสระบุรี
ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการดำเนินโครงการรณรงค์การคัดแยกขยะในพื้นที่สำนักงานขนส่งหนองแค จังหวัดสระบุรี เพื่อส่งเสริมการจัดการของเสียอย่างถูกต้องและเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักให้แก่พนักงานทุกคนในพื้นที่ปฏิบัติงาน ภายใต้โครงการดังกล่าวได้จัดทำบอร์ดสื่อสารเกี่ยวกับประเภทของขยะและแนวทางการคัดแยกที่ถูกต้อง ครอบคลุมขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย พร้อ ประชาสัมพันธ์และสื่อสารให้พนักงานทุกคนรับทราบอย่างทั่วถึง เพื่อให้สามารถคัดแยกขยะได้อย่างถูกประเภทและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
การดำเนินโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะให้ถูกต้องครบถ้วนร้อยละ 100 ลดการปะปนของขยะที่ส่งผลต่อกระบวนการจัดการและกำจัดของเสีย และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทางการจัดการของเสียตามหลัก 3Rs และการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนขององค์กร

โครงการจุดคัดแยกขยะ ในพื้นที่คลังน้ำมัน
ในพื้นที่คลังน้ำมันได้มีการดำเนินโครงการที่มุ่งเน้นการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดให้มีพื้นที่เฉพาะสำหรับการคัดแยกขยะตามประเภทต่าง ๆ ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ และขยะอันตราย เพื่อให้การจัดการขยะเป็นไปอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การดำเนินโครงการดังกล่าวช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดโดยตรง เพิ่มโอกาสในการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ซ้ำ (Reuse) และรีไซเคิล (Recycle) ตลอดจนลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการปะปนของขยะอันตรายกับขยะประเภทอื่น
นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมอบรมและสื่อสารให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง พร้อมติดตั้งป้ายสัญลักษณ์และคำแนะนำที่ชัดเจน ณ จุดทิ้งขยะ เพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมความร่วมมือของพนักงานทุกระดับในการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ควบคู่กันนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อรณรงค์การลดและงดการใช้กล่องโฟมภายในพื้นที่คลังน้ำมัน โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้โฟม และส่งเสริมให้พนักงานและผู้ปฏิบัติงานเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้หรือย่อยสลายได้ง่าย เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและลดปริมาณขยะที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme: LESS)
ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนิน โครงการจัดการขยะเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเข้าร่วมโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme: LESS) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการกำจัดของเสีย จำนวน 2 โครงการ ได้แก่

โครงการ Lead to zero waste X Khun Yim – Udomsuk Market
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท ซีเจ ฟิฟทีน จำกัด ภายใต้ชื่อตลาดคุณยิ้ม@อุดมสุข ได้สนับสนุนกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการจัดตั้งถังขยะแบบคัดแยกภายในพื้นที่ตลาด เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของลูกค้าในการคัดแยกขยะ และสร้างรายได้จากขยะรีไซเคิลให้แก่พนักงาน
ทั้งนี้ ก่อนการดำเนินโครงการ ได้มีการรณรงค์และให้ความรู้ด้านการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้เสีย ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 18 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO₂e)

โครงการ การคัดแยกขยะในพื้นที่ก่อสร้าง สถานีบริการน้ำมันสาขา สีคิ้ว 7 และ 8
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด ส่งเสริมการจัดการขยะในไซต์ก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันสาขาสีคิ้ว 7 และ 8 โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาไซต์ก่อสร้างต้นแบบด้านการจัดการขยะและสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน บริษัทได้สนับสนุนองค์ความรู้ งบประมาณ และอุปกรณ์คัดแยกขยะ ร่วมกับบริษัท ก.นักซ่อม จำกัด ซึ่งดำเนินการอบรมและจัดระบบคัดแยกขยะออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะอันตราย ขยะอินทรีย์ และขยะรีไซเคิล (กระดาษ แก้ว พลาสติก เหล็ก และอลูมิเนียม) ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถคัดแยกขยะได้อย่างถูกต้อง และตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการสามารถรวบรวมขยะรีไซเคิลได้รวม 2,926 กิโลกรัม
ผลการดำเนินงาน
| ตัวชี้วัด | หน่วย | ผลการดำเนินงาน | เป้าหมาย | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2566 | 2567 | 2568 | 2568 | 2570 | |||
| สัดส่วนของปริมาณขยะและของเสียอันตรายที่ถูกกำจัดอย่างถูกวิธี เป็นไปตามกฎหมายกำหนดและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | % | 100% | 100% | 100% | 100% | 100% | |
| การรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมีอย่างมีนัยสำคัญ มากกว่า 1 บาร์เรล แต่ไม่เกิน 100 บาร์เรล | กรณี | - | - | - | 01/ | 0 | |
| การรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมีอย่างมีนัยสำคัญ มากกว่า 100 บาร์เรล | กรณี | 0 | - | - | 0 | 0 | |
| ค่าเฉลี่ยการใช้กระดาษภายในสำนักงานใหญ่ | แผ่นต่อคน | 201.9 02 | 214.9 22 | 220.2 (6.45%) | 212.06 (-1.33%) | -3% | |
| ค่าเฉลี่ยปริมาณขยะทั่วไปจากกิจกรรมภายในสำนักงานใหญ่ | กิโลกรัมต่อคน | 2.18 | 1.77 (-18.81%) | 1.54 (-13%) | -3% | -3% | |
หมายเหตุ :
1/ เกิดจากอุบัติเหตุจากการขนส่ง ทำให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันอยู่ที่ 25.16 บาร์เรล ภายหลังการเกิดเหตุการณ์ บริษัทฯ ได้มีการดำเนินการจัดการคราบน้ำมันตามแผนการจัดการ และได้นำเหตุการณ์ดังกล่าว ไปจัดทำเป็นกรณีศึกษาเพื่อหาวิธีการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำต่อไป
การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ
แนวทางเรื่องการจัดการคุณภาพอากาศ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการปล่อยอากาศเสียจากการดำเนินงานของคลังน้ำมัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดสารประกอบอินทรีย์ระเหย (VOCs) และมลพิษทางอากาศจากกิจกรรมรับ–จ่ายและจัดเก็บน้ำมัน บริษัทฯ จึงกำหนดแนวทางควบคุมและลดการปล่อยอากาศเสียให้เป็นไปตามกฎหมายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการดำเนินงาน การกำกับดูแล และการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
บริษัทฯ ดำเนินการตรวจวัดและติดตามคุณภาพอากาศในพื้นที่เสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ ครอบคลุมพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยจากกิจกรรมภายในคลังน้ำมัน พร้อมบันทึก วิเคราะห์ และประเมินผลการปล่อยอากาศเสีย เพื่อใช้ในการระบุแนวโน้ม ความเสี่ยง และโอกาสในการปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการตรวจประเมินและทวนสอบโดยหน่วยงานภายนอกเป็นระยะ เพื่อยืนยันความถูกต้องและความสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนลดผลกระทบต่อพนักงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างยั่งยืน
การปฏิบัติตามหลักและมาตรฐาน
การตรวจวัดคุณภาพอากาศ
บริษัทฯ ดำเนินการตรวจวัดและติดตามคุณภาพอากาศจากแหล่งกำเนิดและพื้นที่เสี่ยงภายในคลังน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ โดยครอบคลุมพารามิเตอร์มลพิษทางอากาศที่มีนัยสำคัญ อาทิ สารประกอบอินทรีย์ระเหย (VOCs) ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานควบคุมที่กำหนดในประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ผลการตรวจวัดถูกบันทึก วิเคราะห์ และประเมินเพื่อใช้ในการติดตามแนวโน้มการปล่อยมลพิษ การประเมินความเสี่ยง และการทบทวนประสิทธิภาพของการบริหารจัดการด้านคุณภาพอากาศ รวมถึงใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการตรวจประเมินโดยหน่วยงานภายนอกเป็นระยะ เพื่อยืนยันความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือของข้อมูล และความสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้มีส่วนได้เสีย ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน
| รายการ | ผลการตรวจวัด | ค่ามาตรฐาน1/ | หน่วย |
|---|---|---|---|
| ปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่ายทั้งหมด (Total VOCs) | 0.392/ | 17 | mg/m3 |
หมายเหตุ :
1/ ค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยไอน้ำมันเบนซินจากคลังน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2564 โดย ตรวจวัดปล่องระบายไอน้ำมันที่ไม่มีการเผาไหม้ คำนวณผลที่ความดัน 1 บรรยากาศ หรือที่ 760 มิลลิเมตรปรอท อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis)
2/ ผลการตรวจวัดเฉลี่ยจากพื้นที่คลังน้ำมันสระบุรี เท่านั้น เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดตามประกาศกระทรวงฯ
การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ
แผนงานเรื่องการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ
บริษัท ฯ ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ ภายใต้กรอบการดำเนินงานที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity: CBD) ของสหประชาชาติ และเป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพในระดับประเทศ โดยกำหนดนโยบายคุณภาพ ความมั่นคงปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (QSSHE) เป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานร่วมกันทั้งกลุ่มบริษัท เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกัน พร้อมยึดหลัก “ไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียสุทธิ” (No Net Loss: NNL)
นอกจากนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายในการสร้าง “ผลกระทบเชิงบวกสุทธิ” (Net Positive Impact) ต่อความหลากหลายทางชีวภาพในห่วงโซ่อุปทานด้านการเกษตรที่มีความสำคัญภายในปี 2573 โดยบูรณาการประเด็นดังกล่าวไว้ในยุทธศาสตร์ความยั่งยืน ภายใต้เสาหลักด้านสมดุลสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นโยบายการจัการความหลากหลายทางชีวภาพการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
บริษัทฯ ได้จัดทำขั้นตอนการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อวิเคราะห์ความอ่อนไหวของผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจในกระบวนการต่างๆ หรือกิจกรรมภายในองค์กร ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่เป็นทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ และเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานในการกำหนดแผนงาน หรือจัดทำโครงการเพื่อปกป้องและจัดการความเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ โดยครอบคลุมขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้

- บริษัทฯ ใช้เครื่องมือภูมิสารสนเทศ (Geospatial Tools) ในการจัดทำและวิเคราะห์แผนที่พื้นที่ปฏิบัติการปัจจุบันและพื้นที่ที่อาจพัฒนาในอนาคต ได้แก่ คลังน้ำมันและสถานีบริการน้ำมัน โดยนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพที่มีความสำคัญ (Key Biodiversity Areas: KBAs) พื้นที่ชุ่มน้ำตามอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Sites) และพื้นที่คุ้มครองตามการจัดประเภทของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) เพื่อคัดกรองความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงป้องกันในขั้นตอนการวางแผนโครงการ
- บริษัทฯ ดำเนินการประเมินศักยภาพผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพจากกิจกรรมภายในพื้นที่ปฏิบัติการ ครอบคลุมการขนถ่ายและจัดเก็บน้ำมัน การเกิดของเสียจากกระบวนการดำเนินงาน รวมถึงการใช้น้ำอุปโภคบริโภค โดยพิจารณาพื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบพื้นที่ปฏิบัติการ การประเมินความเสี่ยงดังกล่าวดำเนินการตามหลักเกณฑ์และแนวทางของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (BEDO) เพื่อระบุระดับความเสี่ยง แนวโน้มผลกระทบ และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนมาตรการจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเหมาะสม
- บริษัทฯ ดำเนินการเฝ้าระวังและติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อดินและแหล่งน้ำโดยรอบพื้นที่ปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอ โดยจัดให้มีบ่อพักและระบบบำบัดน้ำเสียก่อนการระบายออกสู่รางระบายน้ำรวม พร้อมดำเนินการตรวจวัดคุณภาพน้ำและคุณภาพดินตามข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ที่ตั้งของสถานประกอบการ ทั้งนี้ หากผลการตรวจวัดพบค่าที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์กำหนด บริษัทฯ จะดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงทันที เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่โดยรอบอย่างเหมาะสม
มาตราการที่ดำเนินการ และโครงการต่างๆ
แม้ว่าบริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจหลักในด้านพลังงานปลายน้ำและธุรกิจค้าปลีก ซึ่งมีระดับความเข้มข้นในการใช้ทรัพยากรและการปล่อยมลพิษต่ำกว่าอุตสาหกรรมต้นน้ำ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ตระหนักว่ากระบวนการดำเนินงานในทุกขั้นตอนยังอาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านการใช้พลังงานและทรัพยากร การจัดการของเสียและน้ำเสีย การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนความเสี่ยงจากเหตุการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลต่อระบบนิเวศและชุมชนโดยรอบ
ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงกำหนดแนวทางและมาตรการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการป้องกัน การควบคุม การติดตามตรวจสอบ และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบและสอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมุ่งลดความเสี่ยงและผลกระทบตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร โดยมาตรการดังกล่าวยังมีส่วนช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว
1. การบริหารความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง (ความเสี่ยงจากน้ำมันรั่วไหล)
บริษัทฯ ประเมินและบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการรั่วไหลของน้ำมันในกระบวนการขนส่งและการถ่ายโอนน้ำมัน โดยดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน ISO 39001 และบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยในการขับขี่ของบริษัท (PTG Driver Safety Standard) ควบคู่กับการติดตั้งระบบติดตามยานพาหนะแบบเรียลไทม์ (GPS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ติดตั้งระบบแยกน้ำมันออกจากน้ำ (Oil Water Separator: OWS) ในคลังน้ำมันและสถานีบริการทุกแห่ง พร้อมจัดให้มีการฝึกซ้อมแผนตอบโต้เหตุฉุกเฉินประจำปีร่วมกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
2. การจัดการของเสียและมลพิษจากพลาสติก
ในธุรกิจค้าปลีก บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงจากของเสียที่เกิดจากการบริโภคซึ่งอาจรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม จึงดำเนินมาตรการลดผลกระทบผ่านการส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพในร้านกาแฟพันธุ์ไทย ควบคู่กับการดำเนินโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งเน้นการคัดแยก การอัปไซเคิล และการรีไซเคิลขยะพลาสติก เพื่อลดปริมาณของเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ
3. โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลในพื้นที่คลังน้ำมันแม่กลอง
บริษัทฯ ดำเนินโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งในพื้นที่คลังน้ำมันแม่กลอง ผ่านกิจกรรมการปลูกป่าชายเลนและการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อช่วยลดการกัดเซาะชายฝั่งและเสริมสร้างแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการจัดตั้งจุดคัดแยกขยะในชุมชนโดยรอบ เพื่อลดการทิ้งขยะลงสู่แม่น้ำแม่กลอง และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัทกับชุมชนท้องถิ่นในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน