บริษัทฯ ผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับการดำเนินธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสการเติบโตในธุรกิจ Non-Oil ควบคู่กับการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กรอย่างยั่งยืน
มีส่วนได้เสียหลักที่ได้รับผลกระทบ

ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

ผลกระทบต่อธุรกิจ
ผลการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมาย
| เป้าหมาย ปี 2570 |
ปี 2570 ปี 2568 |
ผลการดำเนินงาน ปี 2568 |
|
|---|---|---|---|
| อัตราการเติบโตของรายได้จากนวัตกรรมทางธุรกิจ1/ | 20% | 10% | 35% |
| จำนวนโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน | - | 300 โครงการ | 248 โครงการ |
| ค่าใช้จ่ายที่ลดได้จากของโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน | - | 111 ล้าน | 148.9 ล้าน |
แนวทางการบริหารจัดการ
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ บริษัทฯ ตระหนักถึงความท้าทายในการพัฒนาและยกระดับความร่วมมือกับคู่ค้าทางธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตไปพร้อมกับบริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับคู่ค้าทั้งรายเดิมและรายใหม่ที่มีความพร้อมด้านนวัตกรรม โดยเปิดโอกาสให้เสนอแนวคิด เทคโนโลยี และโซลูชันที่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ และพิจารณาต่อยอดความร่วมมือในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโมเดลธุรกิจร่วมกัน แนวทางดังกล่าวช่วยส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาด พร้อมสะท้อนบทบาทของบริษัทฯ ในการสนับสนุนเศรษฐกิจนวัตกรรมและการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยั่งยืน
ขณะเดียวกัน การปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลและการบริหารจัดการนวัตกรรมขององค์กร ดำเนินการภายใต้กรอบการบริหารเชิงกลยุทธ์ที่มีธรรมาภิบาลชัดเจน ขับเคลื่อนจากโจทย์ธุรกิจเป็นหลัก มีการบูรณาการตั้งแต่การกำหนดทิศทาง การออกแบบกระบวนการ ไปจนถึงการนำไปปฏิบัติจริงอย่างครบวงจร โดยให้ความสำคัญกับการตัดสินใจบนฐานข้อมูล การมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงาน และการติดตามวัดผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ดิจิทัลและนวัตกรรมสร้างคุณค่า เพิ่มประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
แนวทางการกำหนดทิศทางและบริหารการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
บริษัทฯ ดำเนินการขับเคลื่อน Digital Transformation ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้งาน แต่เป็นการยกระดับทั้ง วิธีคิด (Mindset), กระบวนการทำงาน (Process) และ ระบบการดำเนินงาน (Operating Model) ในระดับองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เสริมสร้างความโปร่งใส และรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยดิจิทัลทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถวัดผลได้
การปรับตัวสู่ดิจิทัลของบริษัทฯ ดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดโจทย์เชิงธุรกิจ การวิเคราะห์และออกแบบกระบวนการใหม่ ไปจนถึงการนำโซลูชันดิจิทัลมาใช้งานจริงแบบครบวงจร (Closed-loop Implementation) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง โดยมีสาระสำคัญดังนี้

การพัฒนา AI ในองค์กร
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในปัจจุบัน ภาคธุรกิจจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์เพื่อใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยทางบริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเป็นแนวทางในการใช้งาน AI อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ รวมถึง
- การบูรณาการ AI เข้ากับกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงข้อมูล โดยพัฒนาและปรับปรุงระบบสารสนเทศให้ทันสมัย รองรับการนำ AI มาใช้ในกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลและการให้บริการลูกค้า
- การพัฒนาบุคลากร ส่งเสริมการอบรมและพัฒนาทักษะพนักงานด้านดิจิทัลและ AI เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยบริษัทฯ อบรมหลักสูตรการใช้งาน AI เพื่อทำความรู้จักและเตรียมความพร้อมก่อนการใช้งานให้กับพนักงานในสังกัด PTG และบริษัทฯ ในเครือในทุกระดับ ในรูปแบบ Onsite & Online
- การกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยง ธุรกิจต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูล ความถูกต้อง และการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- ทบทวนมาตรการควบคุมและนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อกำหนด และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
การรับมือกับ AI อย่างเป็นระบบจะช่วยให้บริษัทฯ ไม่เพียงปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง แต่ยังสามารถสร้างความได้เปรียบและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว และ บริษัทฯ ดำเนินโครงการ AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดภาระงานซ้ำซ้อน และเพิ่มคุณภาพการตัดสินใจเชิงบริหาร โดยมีขอบเขตและผลลัพธ์สำคัญดังนี้
ขอบเขตและผลลัพธ์ของโครงการ
- พัฒนาและทดสอบโซลูชัน AI เพื่อสนับสนุนกระบวนการทำงานหลักขององค์กร
- ใช้ AI วิเคราะห์ภาพจาก CCTV เพื่อเสริมประสิทธิภาพการตรวจสอบและบริหารความปลอดภัย
- ใช้ AI CV Matching เปรียบเทียบคุณสมบัติผู้สมัครกับตำแหน่งงาน เพิ่มความแม่นยำและลดเวลาในกระบวนการสรรหา
- ใช้ AI OCR และ Document Description แปลงและจัดโครงสร้างข้อมูลจากเอกสาร ลดงาน Manual และความผิดพลาด
- ใช้ AI PCA (Predictive / Pattern-based Analysis) วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงบริหารอย่างเป็นระบบ
คุณค่าที่องค์กรได้รับ
- เพิ่มประสิทธิภาพและความถูกต้องของกระบวนการทำงาน
- ลดภาระงานซ้ำซ้อนและการพึ่งพาการดำเนินงานแบบ Manual
- ยกระดับคุณภาพข้อมูลและการใช้ข้อมูลเชิงลึกในการบริหารจัดการ
- วางรากฐานการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล รองรับการขยายผลในอนาคต
การบริหารจัดการด้านนวัตกรรม
นวัตกรรมทางธุรกิจ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางธุรกิจในฐานะกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ ดำเนินการส่งเสริมนวัตกรรมผ่านหลากหลายแนวทาง ครอบคลุมทั้งการพัฒนาจากภายในองค์กร การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรภายนอก และการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ดังนี้
- การพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรมโดยบุคลากรภายในองค์กร
บริษัทฯ ส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับมีส่วนร่วมในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจ ผ่านการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และการนำแนวคิดใหม่มาสร้างสินค้า บริการ หรือรูปแบบการดำเนินงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร - การทดลองและพัฒนาโครงการหรือธุรกิจใหม่ร่วมกับพันธมิตรภายนอก
บริษัทฯ เปิดโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก เพื่อร่วมกันพัฒนาและทดสอบโครงการนำร่อง ตลอดจนต่อยอดธุรกิจใหม่ โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทรัพยากร เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานและลดความเสี่ยงจากการพัฒนานวัตกรรม - การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจและเทคโนโลยีใหม่
บริษัทฯ พิจารณาการลงทุนในธุรกิจหรือเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กร ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว รวมถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน



นวัตกรรมด้านกระบวนการ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมศักยภาพของพนักงานและการพัฒนานวัตกรรมด้านกระบวนการอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดแนวทางการบริหารจัดการที่ชัดเจน เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ การพัฒนา และการนำความคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงการดำเนินงานขององค์กร ดังนี้
1. การเพิ่มทักษะและส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง
บริษัทฯ มุ่งมั่นยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรผ่านกลยุทธ์ การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Learning by Doing) โดยใช้โครงการ “Productivities” เป็นฐานการเรียนรู้ (Project-based Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
บริษัทฯ ได้จัดตั้งทีมที่ปรึกษาจากฝ่าย Process Transformation และผู้บริหารระดับสูง เพื่อทำหน้าที่เป็น Coach & Mentor ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การวางแผน ติดตามผล ไปจนถึงการประเมินความสำเร็จ โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังสร้าง วัฒนธรรมการแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing) ภายในองค์กร และส่งเสริมให้พนักงานสร้างสรรค์ นวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation) ที่วัดผลได้จริง ทั้งในเชิงมูลค่าทางเศรษฐกิจ
2. การประเมินผลการดำเนินงานใน 3 มิติสำคัญ
เพื่อให้มั่นใจว่ากลยุทธ์และการดำเนินงานด้านนวัตกรรมขององค์กร สร้างผลกระทบที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพสูงสุด เราจึงกำหนดเกณฑ์การวัดผลที่ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่:
- การเพิ่มรายได้ (Revenue Enhancement): มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในตลาด และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ
- การลดต้นทุน (Cost Reduction): มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรให้คุ้มค่า และลดความสิ้นเปลืองในกระบวนการทำงาน (Waste Reduction)
- การสร้างความพึงพอใจ (Satisfaction Improvement): มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพและความรวดเร็วในการให้บริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทั้งภายในและภายนอกองค์กร
ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพของบุคลากรควบคู่กับการกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่ชัดเจน บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่า ตลอดจนขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรได้อย่างแข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว
นวัตกรรมด้านกระบวนการ
| โครงการ | วัตถุประสงค์ | ตัวชี้วัด/เป้าหมาย | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|---|---|
| ปรับปรุงกระบวน Set Up New Coffee Shop (Punthai) | เพื่อปรับกระบวนการในการ Setup สาขาใหม่ให้เร็วขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดสาขาที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว | ลดเวลาในการ Setup สาขาใหม่จาก 6 วัน เหลือ 3 วัน เพื่อให้ทันกับประมาณการขยายสาขาที่ 800-900 สาขาในปี 2568 และจะเป็น 1000 สาขาในปี 2569 | สามารถดำเนินการได้ ใน 3 วัน โดย การวางการดำเนินงานดังนี้ วันที่ 1 ตรวจและเบิกอุปกรณ์ จากที่ DC 100% วันที่ 2 เข้าพื้นที่ ติดตั้ง และ Setup และแก้ปัญหา Defect วันที่ 3 มีพนักงาน Coaching แนะนำการใช้งานให้พนักงานประจำสาขา และใช้งานอุปกรณ์ จริง |
| Generative AI Purchasing Department | เพื่อจัดทำระบบ Chat AI ของฝ่ายจัดซื้อ เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารกับฝ่ายจัดซื้อมากขึ้น และ ผู้ใช้งานสามารถศึกษาหาข้อมูลในระบบได้ด้วยตัวเอง | ลดงานของพนักงานฝ่ายจัดซื้อสำหรับการถามตอบข้อมูลมาใช้ AI ในการให้คำแนะนำ | ปริมาณงานในส่วนของการถามตอบในคำถามทั่วไปลดลง พนักงานมีการปรับตัวใช้งาน AI ได้ดี |
การขยายสู่ธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับความยั่งยืน
บริษัทฯ ขยายการดำเนินธุรกิจไปสู่ธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และการตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินโครงการสำคัญ 2 โครงการ ดังนี้
1. โครงการ 360 TRUCK

โครงการ 360 TRUCK เป็นแพลตฟอร์มด้านโลจิสติกส์ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขนส่งและลดต้นทุนโลจิสติกส์ของผู้ใช้งาน พร้อมทั้งสนับสนุนผู้ขับรถและผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
แนวทางการดำเนินงาน
- พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์และลดต้นทุนการขนส่ง
- สนับสนุนผู้ขับรถและผู้ประกอบการรายย่อยผ่านระบบแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้
ผลการดำเนินงาน
- การเข้าถึงแพลตฟอร์ม: มีจำนวนผู้ขับรถลงทะเบียนบนแพลตฟอร์มรวมกว่า 100,000 ราย เพื่อเข้าถึงโอกาสในการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น
- ความผูกพันของผู้ใช้งาน: มีกลุ่มผู้ขับรถที่ปฏิบัติงานเป็นประจำ (Active Driver) ประมาณ 20,000 - 30,000 ราย
- มูลค่าธุรกรรม: บริหารจัดการงานขนส่งรวมทั้งสิ้นกว่า 30,000 เที่ยว ในปี 2568 สร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่ผู้ขับรถด้วยค่าขนส่งเฉลี่ยประมาณ 8,000 บาทต่อเที่ยว
- มาตรฐานคุณภาพบริการ: รักษาอัตราการจัดส่งสินค้าตรงเวลา (On-time Delivery Rate) ได้สูงกว่า 90%

2. โครงการ Arincare

โครงการ Arincare เป็นแพลตฟอร์มด้านสุขภาพที่มุ่งเพิ่มการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของประชาชน ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของร้านยาชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านการเชื่อมโยงบริการสุขภาพ เทคโนโลยีดิจิทัล และโซลูชันทางการเงิน
แนวทางการดำเนินงาน
- พัฒนาแพลตฟอร์มที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพและการบริหารจัดการร้านยาอย่างมีประสิทธิภาพ
- ส่งเสริมศักยภาพร้านยาชุมชนให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
- เชื่อมโยงบริการสุขภาพ เทคโนโลยี และการเงินดิจิทัล เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพที่ครบวงจร
ผลการดำเนินงาน
- จำนวนร้านยาที่ใช้งานแพลตฟอร์มมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 5,640 ร้าน
- รายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมี MedEx (B2B) เป็นฐานรายได้หลัก
- โครงสร้างรายได้เริ่มเปลี่ยนสู่ธุรกิจ Data & Marketing Services ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง
- MedCare (B2C) มีการเติบโตด้านรายได้ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนเพื่อควบคุมอัตรากำไร
- ภาพรวมผลการดำเนินงานสะท้อนศักยภาพการเติบโตและความพร้อมในการขยายธุรกิจในระยะยาว

โครงการสำคัญ (Highlight Project)
Uniform Upcycling Project
ที่มาและความสำคัญ
จากการดำเนินงานภายในบริษัทฯ พบว่ามีการใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดและผ้าชิ้นส่วนสิ่งทอในกระบวนการทำงานเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดขยะสิ่งทอที่ต้องกำจัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงก่อให้เกิดต้นทุนในการจัดการของเสีย แต่ยังก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โครงการ “ผ้าชี้ริ้วห่อทอง” จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยมุ่งเปลี่ยนของเหลือใช้ให้กลับมาสร้างคุณค่า ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการมีส่วนร่วมของพนักงาน พร้อมทั้งสะท้อนบทบาทขององค์กรในการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมผ่านกิจกรรม Kaizen
แนวทางการดำเนินงาน
โครงการดำเนินงานโดยเริ่มจากการสำรวจและคัดแยกผ้าชี้ริ้วและขยะสิ่งทอที่เกิดจากการดำเนินงานภายในบริษัทฯ จากนั้นนำมาวิเคราะห์ศักยภาพในการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ผ่านการออกแบบกระบวนการรีไซเคิลและแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ มีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายสิ่งแวดล้อม และพนักงานในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ พร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัดด้านปริมาณขยะที่ลดลง การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ
ผลการดำเนินงาน
สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ โดยสามารถลดปริมาณขยะสิ่งทอได้ประมาณ 774 กิโลกรัมต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 1.94 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์รีไซเคิลประมาณ 960,300 บาท นอกจากนี้ โครงการยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์องค์กรด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน และเป็นต้นแบบของการนำแนวคิด Circular Economy มาประยุกต์ใช้ผ่านกิจกรรม Kaizen อย่างเป็นรูปธรรมและสามารถขยายผลได้ในระยะยาว