• หน้าหลัก ESG
  • ไปหน้าเว็บไซต์หลัก
TH EN
  • หน้าหลัก ESG
  • เกี่ยวกับพีทีจี
    • สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
    • กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน
    • การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
    • ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
  • เศรษฐกิจ
    • การต่อต้านทุจริต
    • การกำกับดูแลกิจการ
    • การบริหารความเสี่ยงและวิกฤติ
    • การขยายธุรกิจและการปรับเปลี่ยนองค์กร
    • ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูล
    • การบริหารงานดิจิทัลและนวัตกรรม
    • การจัดการห่วงโซ่อุปทาน
  • สิ่งแวดล้อม
    • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
    • เศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการของเสีย
  • สังคม
    • ความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์และความปลอดภัยในการให้บริการ
    • การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า
    • การบริหารจัดการบุคลากร
    • ความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงาน
    • สิทธิมนุษยชน
    • การสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนและสังคม
  • กิจกรรม
  • ผลงานและรายงาน
    • รางวัล
    • รายงานความยั่งยืน
  • สอบถามข้อมูล
icon sdgs 4 icon sdgs 5 icon sdgs 10
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า

ผู้มีส่วนได้เสียหลักที่ได้รับผลกระทบ

ลูกค้า
พนักงาน
คู่ค้า
ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน
หน่วยงานราชการ
ชุมชน/สังคม

ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ มุ่งคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ผ่านกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) เพื่อป้องกันและลดผลกระทบเชิงลบ ตลอดจนจัดให้มีกลไกการเยียวยาเมื่อผู้มีส่วนได้เสียได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้การดำเนิน ธุรกิจเป็นไปอย่างรับผิดชอบและสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนในทุกมิติ

ผลกระทบต่อธุรกิจ

การดำเนินธุรกิจตามหลักสิทธิมนุษยชนช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งใน การบริหารจัดการของบริษัทฯ โดยช่วยลดความเสี่ยงด้านการดำเนินงานและ ชื่อเสียง ส่งเสริมความต่อเนื่องของธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มและสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันและ การเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

ผลการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมาย

สถิติกรณีมีเหตุการณ์ที่บริษัทถูกร้องเรียน หรือถูกฟ้องร้องว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

0 กรณี
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568
0 กรณี
เป้าหมาย
ปี 2568
0 กรณี
เป้าหมาย
ปี 2570

ความครอบคลุมพนักงานพีทีจี และบริษัทย่อยที่ได้รับการอบรมเรื่องสิทธิมนุษยชน และแรงงาน

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลโดยกำหนดกรอบการปฏิบัติที่อ้างอิงนำแนวทางจากปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) ข้อตกลงประชาคมโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact: UNGC) หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) และหลักการว่าด้วยสิทธิเด็กและธุรกิจ (Children’s Rights and Business Principles: CRBP) มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของธุรกิจ บริษัทฯ เคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โดยกลุ่มบริษัทได้จัดทำนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อเป็นแนวปฏิบัติสำหรับพนักงานทุกระดับ รวมถึงผู้มี ส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง และกำหนดจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้าเพื่อส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการดำเนินกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน(Human Rights Due Diligence: HRDD) เพื่อประเมิน และจัดการผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจและห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้จัดให้มีการสื่อสารและการฝึกอบรมเพื่อสนับสนุนการนำไปปฏิบัติและสร้างความตระหนักรู้อย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายสิทธิมนุษยชน โดยยึดมั่นในการเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามหลักสากล ในการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ระบุแนวปฏิบัติสำหรับพนักงาน ในการส่งเสริมวัฒนธรรมการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนทั้งภายในและภายนอกองค์กร ครอบคลุมสิทธิพนักงาน สิทธิคู่ค้า สิทธิลูกค้า และสิทธิชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยคาดหวังให้บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทร่วมค้า และคู่ค้าปฏิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัท รวมถึงมีการสื่อสารอย่างชัดเจนไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ชุมชน คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ โดยเน้นประเด็นสำคัญด้านสิทธิมนุษยชน เช่น การป้องกันการเลือกปฏิบัติ การคุกคามทางเพศ การใช้แรงงานเด็ก และการ ใช้แรงงานบังคับ เป็นต้น เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ เป็นธรรม และยั่งยืน

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน

โครงสร้างการกำกับดูแลด้านสิทธิมนุษยชน

Human Rights Governance Structure

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมอบหมายให้พนักงานในระดับจัดการ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนดำเนินการบริหารงานประจำวันเพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินงาน รวมถึงการดำเนินธุรกิจกับคู่ค้า เช่น สายงานบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กร ฝ่ายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายกฎหมาย เป็นต้น

บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลต่อระดับ ความเสี่ยง โอกาสเกิด หรือผลกระทบ โดยครอบคลุมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ได้แก่ พนักงาน คู่ค้าและผู้รับเหมา ลูกค้า ชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้หญิง ชนพื้นเมือง แรงงานอพยพ เพศทางเลือก ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ และเด็ก กระบวนการดังกล่าวประกอบด้วยการวางแผนและกำหนดขอบเขตการประเมิน การเก็บข้อมูลพื้นฐานและระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน การประเมินระดับความเสี่ยงและความรุนแรงของผลกระทบ การกำหนดและดำเนินมาตราการจัดการผลกระทบ ตลอดจนการรายงานผลและทบทวนแผนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ดยมีการจัดทำคู่มือการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประเมิน และบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ

คู่มือการะบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยนำแนวทางการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk Assessment: HRRA) มาปรับใช้ให้เหมาะสม กับบริบทขององค์กร เพื่อระบุ วิเคราะห์ และจัดลำดับความสำคัญของประเด็นสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ ครอบคลุมสิทธิของพนักงาน ลูกค้า คู่ค้าและผู้รับเหมา ตลอดจนชุมชนและสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า

กระบวนการประเมินดังกล่าวบูรณาการการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ผ่านการสอบถามความคิดเห็นด้วยแบบสอบถามด้านสิทธิมนุษยชน โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การเคารพสิทธิมนุษยชน การไม่เลือกปฏิบัติ ความเท่าเทียมในการปฏิบัติต่อแรงงาน สิทธิแรงงาน และผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่โดยรอบ รวมถึงประเด็นที่ดินและวิถีชีวิตของชุมชน ข้อมูลที่ได้รับจากผู้มีส่วนได้เสียถูกนำมาพิจารณาร่วมกับการประเมินระดับความรุนแรงของโอกาสในการเกิด และผลกระทบ โดยขอบเขตการประเมินครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัทฯ คู่ค้าและผู้รับเหมาระดับที่ 1 (Tier I suppliers) รวมถึงบริษัทร่วมค้า (Joint Ventures) ผลการประเมินถูกใช้เป็นฐานข้อมูลในการกำหนดมาตรการป้องกัน แผนการจัดการ และ การติดตามผลอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมส่งเสริมการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียม และความหลากหลาย อันเป็นพื้นฐานของ การเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

ผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

จากผลการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านของบริษัทฯ ในปี 2568 ครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัทฯ ผู้รับเหมาและคู่ค้าระดับที่ 1 (Tier I suppliers) รวมถึงบริษัทร่วมค้า (Joint Ventures) ซึ่งไม่พบประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ (Salient Human Rights Issues) อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการป้องกันและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ และมาตรการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า อาทิ การสื่อสารนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่พนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องรับทราบ การกำกับดูแลและติดตามการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการให้คำแนะนำและสนับสนุนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนากระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติและมาตรฐานสากลอย่างเหมาะสม

ประเด็นสิทธิมนุษยชนซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

สิทธิพนักงาน
  • 3 การเลือกปฏิบัติกับพนักงาน
  • 6 สุขภาพ และความปลอดภัยในการทำงาน
  • 11 ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของพนักงาน
  • 12 สภาพการจ้างงาน
  • 13 เสรีภาพในการสมาคม และการเจรจาต่อรอง
  • 14 การจ้างงานที่ผิดกฎหมาย
สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  • 4 สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน
  • 7 มาตรฐานการครองชีพและคุณภาพชีวิตของชุมชน
  • 8 เข้าถึงน้ำและสุขาภิบาล
  • 9 การได้มาซึ่งที่ดิน
สิทธิของคู่ค้าและผู้รับเหมา
  • 1 การเลือกปฏิบัติกับคู่ค้า/ผู้รับเหมา
  • 15 สุขภาพ และความปลอดภัยของผู้รับเหมา
สิทธิของลูกค้า
  • 2 การเลือกปฏิบัติกับลูกค้า
  • 5 สุขภาพ และความปลอดภัยของลูกค้า
  • 10 ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของลูกค้า

ผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนกลุ่มบริษัท พีทีจี และบริษัทร่วมค้า

ขอบเขตการประเมิน กลุ่มบริษัท พีทีจี1/ บริษัทร่วมค้า2/
ร้อยละของกิจกรรมทางธุรกิจที่ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน 100% 100%
ร้อยละของกิจกรรมทางธุรกิจที่พบว่ามีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในระดับสูง - -
ร้อยละของกิจกรรมทางธุรกิจที่พบว่ามีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในระดับปานกลาง 43% 27%
ร้อยละของกิจกรรมทางธุรกิจที่มีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในระดับสูง และมีมาตรการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบ 100% 100%

หมายเหตุ :

1/ ขอบเขตบริษัท พีทีจีเอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ปิโตรเลี่ยมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท พีทีจี โลจิสติกส์ จำกัด, บริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด และบริษัท สยามออโต้แบคส์ จำกัด

2/ ขอบเขตบริษัท พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ จำกัด (มหาชน)

ผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของคู่ค้า

รายละเอียด ผลการประเมิน
ร้อยละของคู่ค้าโดยตรง และคู่ค้ารายสำคัญที่ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน 73.68
ร้อยละของคู่ค้าที่พบว่ามีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในระดับสูง 31.58
ร้อยละของคู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในระดับสูง และมีมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบ 100.00

หมายเหตุ : บริษัท ฯ ประเมินความเสี่ยงสิทธิมนุษยชนของคู่ค้าทุก ๆ 3 ปี

การบรรเทาผลกระทบและมาตรการจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ที่มีความเสี่ยงสูง

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการป้องกันและบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง แม้จากผลการประเมินจะไม่พบประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่มีความรุนแรงสูง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้จัดทำแผนบรรเทาความเสี่ยงในประเด็นความเสี่ยงระดับปานกลาง รวมถึงปรับปรุงกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบลักษณะเดียวกัน ซ้ำในอนาคต โดยมีการกำหนดมาตรการป้องกัน การติดตามผล และกลไกการเยียวยาที่เหมาะสม ครอบคลุมสถานที่ดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ระดับความเสี่ยง มาตรการจัดการความเสี่ยง
สิทธิพนักงาน
สุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน
(Health and Safety)
ปานกลาง
  • กำหนดมาตรการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ครอบคลุมการปฏิบัติงานในสถานีบริการ คลังน้ำมัน และงานขนส่ง
  • จัดทำแนวปฏิบัติและคู่มือการทำงานที่ปลอดภัย รวมถึงมาตรการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและ โรคอุบัติใหม่
  • ควบคุมและทบทวนขั้นตอนการทำงานด้านความ ปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอพร้อมสื่อสารและจัดทำสื่อ เตือนด้านความปลอดภัย
  • จัดฝึกอบรม ฝึกซ้อมและเสริมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยในการทำงาน
  • ตรวจสุขภาพพนักงานตามที่กฎหมายกำหนด และติดตามเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ
  • ตรวจสอบ แก้ไข และปรับปรุงมาตรการเมื่อพบการไม่ปฏิบัติตาม เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำและลดผลกระทบในระยะยาว
สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม
สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน
(Health and Safety)
ปานกลาง
  • กำหนดแนวปฏิบัติและมาตรการควบคุมความปลอดภัย สำหรับกิจกรรมด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
  • นำเทคโนโลยีมาใช้ในการกำกับดูแลและติดตาม พฤติกรรมการขับขี่ เช่น การควบคุมความเร็วและ การติดตามการเดินรถ
  • ตรวจสอบความพร้อมของพนักงานขับรถด้านสุขภาพและความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
  • กำหนดให้คู่ค้าและผู้รับจ้างขนส่งปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยของบริษัทฯ
  • วางแผนเส้นทางและการจอดรถขนส่งอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของชุมชนโดยรอบ

ทั้งนี้จากการดำเนินมาตรการดังกล่าว ยังไม่พบประเด็น ด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน อย่างมี นัยสำคัญ

มาตรฐานการครองชีพและคุณภาพชีวิตของชุมชน
(Community Standard of Living)
ปานกลาง
  • กำหนดมาตรการและระบบบริหารจัดการด้านความ ปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกัน และลดผลกระทบจากการดำเนินงาน ด้านคลังน้ำมัน และการขนส่งต่อมาตรฐานการครองชีพ และคุณภาพ ชีวิตของชุมชนโดยรอบ
  • ดำเนินการตามมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย และสิ่ง แวดล้อม ได้แก่ ISO 45001 และ ISO 14001 พร้อมประเมินความสอดคล้องตามกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง
  • ประเมินและควบคุมความเสี่ยงจากการดำเนินงาน อย่าง สม่ำเสมอเพื่อป้องกันเหตุที่อาจส่งผลกระทบ ต่อชุมชน
  • ควบคุมผลกระทบจากการขนส่งและการดำเนินงาน เช่น การควบคุมมลพิษจากยานพาหนะ การดูแล และบำรุง รักษารถขนส่งและการปฏิบัติตามข้อกำหนด ทางกฎหมาย

จากการดำเนินมาตรการดังกล่าว ยังไม่พบผลกระทบต่อ มาตรฐานการครองชีพและคุณภาพชีวิตของชุมชนใน ระดับที่มีนัยสำคัญ

การเข้าถึงน้ำและสุขาภิบาล
(Community Access to Water and Sanitation)
ปานกลาง
  • ตระหนักถึงความเสี่ยงจากการดำเนินงานด้านการขนส่ง และโลจิสติกส์ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือ การรั่วไหล ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ และสุขาภิบาลของ ชุมชน
  • กำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยและการควบคุมการ ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันและลด ผลกระทบ ต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการเข้าถึง น้ำสะอาด
  • เสริมสร้างความปลอดภัยในการขนส่งผ่านการพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถ การควบคุมพฤติกรรม การขับขี่ และ การติดตามการเดินรถด้วยเทคโนโลยี
  • ตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะ ควบคุมชั่วโมง การทำงาน และบังคับใช้นโยบายด้านความปลอดภัย อย่างเคร่งครัด
  • จัดให้มีระบบบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน การสอบสวน และ วิเคราะห์สาเหตุเมื่อเกิดเหตุการณ์ รวมถึงการ จัดทำ ประกันภัยที่ครอบคลุมความเสียหายด้าน สิ่งแวดล้อม

จากการดำเนินมาตรการดังกล่าว ยังไม่พบผลกระทบ ต่อการ เข้าถึงน้ำและสุขาภิบาลของชุมชนในระดับที่มี นัยสำคัญ

สิทธิของลูกค้า
การเลือกปฏิบัติกับลูกค้า
(Discrimination)
ปานกลาง
  • ให้ความสำคัญกับการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม เท่าเทียม และไม่เลือกปฏิบัติต่อลูกค้าทุกกลุ่ม
  • ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาศักยภาพ พนักงาน ผ่านการฝึกอบรมทักษะด้านการบริการ ของพนักงานและการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพนักงาน ประจำสถานี ร้านค้า และหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
  • จัดทำแนวปฏิบัติและคู่มือการทำงานด้านการบริการ เพื่อ ให้พนักงานปฏิบัติงานตามมาตรฐานเดียวกัน ทั่วทั้งองค์กร
  • กำกับดูแลและสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงาน หน้างานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการ ให้บริการ หนาแน่น
  • มีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยาลูกค้าอย่างเหมาะสม รวมถึงการเยียวยาลูกค้า การปรับปรุงการให้บริการ
  • หากพบการกระทำผิดของพนักงาน มีการดำเนิน มาตรการทางวินัยตามระดับความรุนแรง เพื่อป้องกัน การเกิดเหตุซ้ำ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้า
สุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้า
(Health and Safety)
ปานกลาง
  • ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของ ลูกค้าใน ทุกขั้นตอนของการให้บริการ โดยกำหนด มาตรการและ แนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน
  • จัดทำแนวทางและคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับพนักงาน หน้างาน เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ
  • กำหนดมาตรการด้านสุขอนามัยและสาธารณสุข เพื่อ รองรับสถานการณ์โรคระบาดหรือภาวะเสี่ยงด้าน สาธารณสุข ที่อาจเกิดขึ้น
  • กำกับดูแลให้พนักงานปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความ ปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงจากการ ใช้บริการ
  • ควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของกระบวนการให้ บริการ เช่น การตรวจสอบคุณภาพสินค้า การรับ และจ่ายน้ำมัน
  • ติดตั้งสื่อและป้ายเตือนด้านความปลอดภัย เพื่อสร้าง ความตระหนักและความเข้าใจแก่ลูกค้า
  • สื่อสารและฝึกอบรมพนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับ มาตรฐานการบริการ ลดความเสี่ยง และสร้างความมั่นใจ ให้แก่ลูกค้า

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการป้องกันการล่วงละเมิดและการไม่เลือกปฏิบัติในสถานประกอบกิจการ โดยยึดมั่นในหลักการจ้างงานอย่างเป็นธรรม การเคารพสิทธิมนุษยชนสากล และการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ประกาศใช้นโยบายสิทธิมนุษยชน จรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายป้องกันการล่วงละเมิดและการไม่เลือกปฏิบัติใน สถานประกอบกิจการ รวมถึงระเบียบปฏิบัติด้านการทำงาน เพื่อป้องกันการล่วงละเมิดทุกรูปแบบ ทั้งทางกาย วาจา และการคุกคามทางเพศ รวมถึงส่งเสริมวัฒนธรรมการไม่เลือกปฏิบัติ ในการจ้างงาน การพัฒนา และการเติบโตทางอาชีพ โดยไม่คำนึงถึงเพศ เพศสภาพ เชื้อชาติ ศาสนา อายุ หรือสภาพร่างกาย นอกจากนี้ ในการแจ้งข้อร้องเรียน บริษัทฯ มีระบบคุ้มครอง ผู้แจ้งเบาะแสและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ส่งเสริมความหลากหลาย และความเท่าเทียมอย่างยั่งยืน

นโยบายป้องกันการล่วงละเมิด และการไม่เลือกปฏิบัติในสถานประกอบกิจการ

มาตรการแก้ปัญหาการล่วงละเมิดและการเลือกปฏิบัติในสถานประกอบกิจการ

บริษัทฯ ดำเนินมาตรการป้องกันโดยสื่อสารนโยบายด้านการไม่ล่วงละเมิดและการไม่เลือกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการจัดฝึกอบรมเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนัก แก่พนักงานทุกระดับ ในกรณีที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการล่วงละเมิดหรือการเลือกปฏิบัติ บริษัทฯ กำหนดกระบวนการรับเรื่องและจัดการข้อร้องเรียนที่ชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรม โดยแต่งตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางในการสอบสวน สืบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนและรักษาความลับสูงสุด พร้อมให้การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและพยาน รวมถึงการเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการลงโทษทางวินัยตามข้อบังคับของบริษัท ตั้งแต่การตักเตือนไปจนถึงการเลิกจ้างตามระดับความรุนแรงของพฤติกรรม และดำเนินคดีตามกฎหมาย ในกรณีที่มีความผิดอาญา เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมในการทำงาน

บริษัทฯ กำหนดให้ขั้นตอนการแก้ปัญหาการล่วงละเมิด และการเลือกปฏิบัติในสถานประกอบกิจการต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ระบุไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ของบริษัท โดยกำหนดให้มีมาตราการที่ชัดเจนในการลงโทษผู้กระทำการล่วงละเมิดและเลือกปฏิบัติในรูปแบบดังต่อไปนี้

มาตราการทางวินัย 

การตักเตือนทางวาจา
การตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร
การพักงาน
การให้พ้นจากสภาพการจ้างงาน

กลไกการเยียวยากรณีมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

หากตรวจสอบพบว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นจริง บริษัทฯ จะดำเนินการเยียวยาผลกระทบตามความเหมาะสม โดยในเบื้องต้นจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และคืนสิทธิ ที่ผู้ได้รับผลกระทบ ควรได้รับ ทั้งในกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียภายในและผู้มีส่วนได้เสียภายนอก โดยมุ่งให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส และยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

1. ผู้มีส่วนได้เสียภายใน

ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน บริษัทจะดำเนินการปรับแก้สัญญาการจ้างหรือ คืนสิทธิที่เหมาะสม เช่น การชดเชยค่าจ้างย้อนหลัง หรือการชดเชยชั่วโมง การทำงาน ล่วงเวลาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
หากเป็นกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานโดยตรง เช่น การใช้อำนาจโดยมิชอบ การกลั่นแกล้ง หรือการกระทำผิดวินัย บริษัทจะดำเนินการทางวินัยกับผู้กระทำผิด และ เยียวยาผู้เสียหายตามสิทธิที่ควรได้รับ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชย ความเสียหาย รวมถึงการติดตามดูแลเพื่อป้องกันผลกระทบระยะยาว

2. ผู้มีส่วนได้เสียภายนอก

ดำเนินการเยียวยาตามความเหมาะสม เช่น การชดเชยค่าเสียหาย การคืนสิทธิ ที่ถูกละเมิดหรือการบำบัดฟื้นฟูในกรณีที่ได้รับ ผลกระทบด้านร่างกายหรือจิตใจ
การขอโทษอย่างเป็นทางการจากองค์กรต่อผู้เสียหาย พร้อมทั้งดำเนินการฟื้นฟู ความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือ อย่างยั่งยืน
ทบทวนและปรับปรุงนโยบาย หรือกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด เหตุซ้ำ เช่น การปรับปรุงระเบียบการทำงาน หรือการดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่ เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยดำเนินการจ้างงาน การบริหาร และการประเมินผลการทำงานบนพื้นฐานความสามารถ โดยไม่เลือกปฏิบัติในทุกมิติ รวมถึงเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ บริษัทฯ มุ่งส่งเสริมโอกาสในการทำงานและการเติบโตของพนักงานทุกเพศในสายงานและระดับตำแหน่งที่หลากหลาย ควบคู่กับการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและ เคารพความหลากหลายทางเพศ ผ่านกิจกรรม Pride Month เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมอย่างยั่งยืน

72.24%
พนักงานหญิงต่อพนักงานทั้งหมด
29.38%
ผู้บริหารหญิงทั้งหมด
46.15%
ผู้บริหารหญิงระดับต้นทั้งหมด (Junior Management)
29.27%
ผู้บริหารหญิงระดับสูงทั้งหมด (Top Management)
43.75%
ผู้บริหารหญิงที่อยู่ในหน่วยงาน ที่สร้างรายได้ให้องค์กร
68.42%
พนักงานหญิงที่อยู่ในหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์(STEM)

บริษัทฯ เคารพเสรีภาพในการสมาคมและการร่วมเจรจาต่อรองตามกฎหมายแรงงาน โดยจัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการที่มาจากการเลือกตั้งของพนักงาน 100% ทำหน้าที่เป็นผู้แทน ในการสะท้อนความคิดเห็น ความต้องการของพนักงานและเจรจากับนายจ้าง บริษัทฯ ดำเนินแรงงานสัมพันธ์บนหลักทวิภาคีที่โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อวิเคราะห์ข้อเสนอและหาจุดสมดุล ระหว่างความต้องการของพนักงานและขีดความสามารถขององค์กร นำไปสู่การยกระดับสวัสดิการและคุณภาพชีวิตพนักงาน ลดข้อพิพาทแรงงาน และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างอย่างยั่งยืน

หมายเหตุ : คณะกรรมการสวัสดิการขอบเขตบริษัท บริษัท พีทีจีเอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ปิโตรเลี่ยมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท พีทีจี โลจิสติกส์ จำกัด, บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด และบริษัท แมกซ์โซลูชั่น เซอร์วิส จำกัด

กระบวนการร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ เปิดโอกาสให้พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงความคิดเห็นสะท้อนปัญหา และแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน หากมีเหตุการณ์หรือการ กระทำที่เกี่ยวข้องต่อการละเมิด สิทธิมนุษยชน หรือจรรยาบรรณ ทั้งจากพนักงาน และผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีการบริหารจัดการข้อร้องเรียน ดังกล่าวอย่างเหมาะสมและให้ความเป็นธรรม โดยคุ้มครองบุคคลที่แจ้งเรื่องการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทโดยคุ้มครองข้อมูล ผู้ร้องเรียนเป็นความลับ และใช้มาตรการคุ้มครอง ผู้ร้องเรียนหรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการรายงานการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างสูงสุด

โปรดให้ข้อเสนอแนะ รายงานข้อกังวล หรือยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางต่อไปนี้:
Complaint Channels whistleblowing@pt.co.th Call Center Mobile Application Max Me

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการสื่อสารด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพของหัวหน้างานและพนักงานทุกระดับ เพื่อให้สามารถ บริหารจัดการและปฏิบัติต่อพนักงานได้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน โดยในปีที่ผ่านมามีการดำเนินการดังนี้

กิจกรรม HR On Tour

โดยจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่หัวหน้างานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จริง ซึ่งจัดอบรมครอบคลุมสถานีบริการทั่วประเทศ แบ่งเป็น 10 ภูมิภาค รวม 150 ชั่วโมง มีหัวหน้างานจาก 1,678 สาขาเข้าร่วม

โดยผลการประเมิน ความรู้หลังการอบรมมีคะแนนเฉลี่ย

95.52%

และความพึงพอใจของ ผู้เข้าร่วมอยู่ที่

98.67%

โครงการอบรมกฎหมายแรงงาน และสิทธิมนุษยชนสำหรับหัวหน้างานใหม่

โดยอบรมเกี่ยวกับความรู้ด้านกฎหมายแรงงาน แรงงานสัมพันธ์ และ สิทธิมนุษยชน โดยเจ้าหน้าที่จากส่วนพนักงานสัมพันธ์และสื่อสารภายใน ที่มีความชำนาญในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้หัวหน้างานสามารถดูแลผู้ใต้บังคับ บัญชาได้อย่างเหมาะสมและไม่ละเมิดสิทธิแรงงาน รวมถึงตระหนักถึงสิทธิ และหน้าที่ของตนเอง โดยในปีที่ผ่านมาได้จัดอบรมจำนวน 12 รุ่น

มีผู้เข้าร่วม 1,078 คน และมีคะแนนเฉลี่ยผ่านเกณฑ์การประเมินที่

90.67%

สำหรับพนักงานใหม่ บริษัทฯ กำหนดให้ต้องได้รับการอบรม หลักสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฐมนิเทศก่อนเริ่ม ปฏิบัติงาน โดยพนักงานใหม่ทุกคนได้รับการอบรมครบถ้วนร้อยละ 100 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และแนวปฏิบัติใน การทำงานตั้งแต่เริ่มต้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินการสื่อสารด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางภายในขององค์กร เช่น ระบบ Intranet และอีเมลของบริษัทฯ เพื่อให้ข้อมูล นโยบาย แนวปฏิบัติ และการแจ้งเตือนที่เกี่ยวข้อง เข้าถึงพนักงานทุกระดับ รวมถึงผู้บริหารด้วย เพื่อเป็นการเสริมสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการปฏิบัติที่สอดคล้องกับ หลักสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องในองค์กร

หลักสูตรในการอบรมด้านสิทธิมนุษยชน

สิทธิพื้นฐานสำคัญของพนักงาน
สิทธิ์ในการทำงาน: การเข้าทำงานอย่างเป็นธรรม และได้รับค่าตอบแทนคุ้มค่า
สิทธิ์ในการรับรองความปลอดภัย: โอกาสในการพัฒนาทักษะและศักยภาพ
สิทธิ์ในการพัฒนาและการศึกษา: โอกาสในการพัฒนาทักษะและศักยภาพ
สิทธิ์ในการแสดงออก: อิสระทางความคิด ศาสนา และความเป็นตัวตน
สิทธิในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ: การไม่แบ่งแยกและการเคารพความเป็นส่วนตัว
สิทธิ์ในคำตอบแทนและสวัสดิการ: การได้รับสิทธิประโยชน์ที่เป็นธรรม
สิทธิ์ในกาสิทธิ์ในการพักผ่อน: การนอนหลับพักผ่อนตามกำหนด และการสนับสนุนสุขภาพกายและใจ

การป้องกันการปฏิบัติที่ไม่ละเมิด สิทธิมนุษยชน

ความตระหนักเรื่องการละเมิดสิทธิทางเพศ
การไม่เลือกปฏิบัติต่อกลุ่มบุคคล
การไม่ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น
ความยุติธรรมในการจ่ายค่าจ้างและค่าตอบแทน
การดูแลความปลอดภัยและสุขภาพ
การไม่จำกัดสิทธิ์ในที่ทำงาน

บริษัทฯ มุ่งมั่นยกระดับการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมีส่วนร่วม และบทบาทในกลไกภาครัฐและเครือข่ายที่ส่งเสริมมาตรฐานแรงงานและ คุณภาพชีวิตในสถานประกอบการ อาทิ การเป็นสมาชิกและคณะทำงานของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 การร่วมเป็นคณะกรรมการกับหน่วยงาน ด้านแรงงาน การเป็นภาคีเครือข่ายนักสร้างสุขภาวะองค์กรกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมถึงการมีส่วนร่วมในคณะกรรมการ พิจารณาคัดเลือก สตรีดีเด่นของกระทรวงแรงงาน และการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมสถานประกอบการ ปลอดภัยจากยาเสพติดและสวัสดิการแรงงานสูงอายุ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และเอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

90 อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เอ ชั้นที่ 33 ถนนรัชดาภิเษก
แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
  • หน้าหลัก ESG
  • เกี่ยวกับพีทีจี
  • เศรษฐกิจ
  • สิ่งแวดล้อม
  • สังคม
  • กิจกรรม
  • ผลงานและรายงาน
  • สอบถามข้อมูล

© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2569 บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

  • ข้อกำหนดและเงื่อนไข
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • นโยบายคุกกี้
  • แผนผังเว็บไซต์

Call Center : 1614