กลุ่มบริษัท พีทีจี มุ่งสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของทุกคน โดยขับเคลื่อนผ่านหลัก Safety Visible Leadership ตามระบบ PTG SSHEMS เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเกิดอุบัติเหตุเป็นศูนย์
ผู้มีส่วนได้เสียหลักที่ได้รับผลกระทบ

ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

ผลกระทบต่อธุรกิจ
ผลการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมาย
| เป้าหมาย ปี 2570 |
เป้าหมาย ปี 2568 |
ผลการดำเนินงาน ปี 2568 |
|
|---|---|---|---|
| อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานรวม (Total Recordable Injuries Rate: TRIR) ของพนักงาน | 0.276 | 0.552 | 0.47 |
| อัตราความถี่ของการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Frequency Rate: LTIFR) ของพนักงาน และผู้รับเหมา | พนักงาน = 0.726 ผู้รับเหมา = 0 |
พนักงาน = 0.552 ผู้รับเหมา = 0 |
พนักงาน = 0.47 ผู้รับเหมา = 1.36 |
หมายเหตุ : ขอบเขตการเก็บข้อมูลผู้รับเหมา ของบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จํากัด (มหาชน) บริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จํากัด และ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จํากัด
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ กำหนดนโยบายด้านคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการภายในกลุ่มบริษัท พีทีจี โดยนโยบายดังกล่าวได้รับการทบทวนความเหมาะสมและความเป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอจากคณะกรรมการ SSHE Steering Committee ให้สอดคล้องกับบริบทและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศ บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการด้าน SSHE ของกลุ่มบริษัท ภายใต้ชื่อ PTG SSHEMS เพื่อใช้เป็นระบบหลักในการกำหนดแนวทาง มาตรฐาน และกระบวนการบริหารจัดการด้าน SSHE ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งกลุ่มบริษัท ทั้งนี้ บริษัทในกลุ่ม PTG ต้องนำระบบดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานเป็นพื้นฐาน ครอบคลุมการกำหนดบทบาทหน้าที่ การบริหารความเสี่ยง การควบคุมการปฏิบัติงาน และการติดตามผลอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดให้มีการตรวจประเมินระบบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ควบคู่กับการตรวจประเมินตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง
โครงสร้างและนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
ในการบริหารจัดการระบบ PTG SSHEMS ของกลุ่มบริษัทฯ ได้กำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการเป็น 5 ระดับ ดังนี้
ระดับที่ 1 ระดับการบริหารจัดการ (Management)
ระดับที่ 2 ระดับกลุ่มบริษัท พีทีจี
ระดับที่ 3 ระดับกลุ่มธุรกิจ (Business Unit: BU)
ระดับที่ 4 ระดับพื้นที่ปฏิบัติการ (Area of Operation)
ระดับที่ 5 ระดับพนักงาน (Operation)
การดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมองค์กร
บริษัทมุ่งพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) ให้สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสากล โดยประยุกต์ใช้ระบบ PTG SSHEMS เป็นกรอบหลัก และดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO 45001 เพื่อยกระดับความปลอดภัยของพนักงาน ลูกค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
คลังน้ำมัน
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานผ่านกิจกรรม เช่น การปรับปรุงพื้นที่ทำงานตามหลักการยศาสตร์ และกิจกรรม 5ส ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงาน
- จัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานทุกระดับ และคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) ในทุกพื้นที่
- จัดทำแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินและฝึกซ้อมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด และลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
สถานีบริการ
- ตรวจสอบความปลอดภัยภายในครอบคลุมทุกธุรกิจในสถานีบริการเพื่อค้นหาความเสี่ยงและสาเหตุของอันตรายต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัย อาชีวอนามัยของพนักงานและลูกค้าที่ใช้บริการ หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบริษัทและลูกค้า
- นำข้อมูลความเสี่ยงมาวิเคราะห์ ปรับปรุง และกำหนดมาตรการเชิงป้องกัน พร้อมรายงานต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และติดตามจนแก้ไขแล้วเสร็จ
- ใช้ระบบ Power BI เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจในเชิงลึก โดยสามารถบริหารข้อมูลผ่าน Dashboard ได้แบบ Real time
- บริษัทได้จัดทำแผนการจัดการและลดความเสี่ยงในการขยายตัวของธุรกิจ และขยายสาขาใหม่ โดยมีการชี้บ่งอันตราย การประเมินโอกาส และการประเมินความเสี่ยงทุกกิจกรรมและทุกสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานและบริเวณ ใกล้เคียง ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของบริษัทในการทำงานของพนักงานทุกระดับ
- ดำเนินกิจกรรมสร้างความตระหนัก เช่น “Safety Clinic” เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการทำงานอย่างปลอดภัย
ธุรกิจขนส่งน้ำมัน
- กำกับดูแลบริษัทในกลุ่ม เช่น PTG Logistics ให้ดำเนินงานตามมาตรฐาน SSHE อย่างเคร่งครัด
- จัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย และกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยในการขนส่ง
- พัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถผ่านศูนย์ฝึกอบรม ภายใต้โครงการ “สุภาพบุรุษพีทีจี” เพื่อปลูกฝังวินัยและจิตสำนึกด้านความปลอดภัย
- นำเทคโนโลยี AI มาใช้ตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงของพนักงานขับรถ พร้อมสุ่มตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ มีนโยบายในการป้องกันการใช้สารเสพติด และ กัญชา ภายในบริษัทฯ
ระบบบริหารจัดการและเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์
ระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมองค์กร
ภายใต้กรอบการบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตามระบบ PTG SSHEMS บริษัทฯ ได้จัดทำแผนพัฒนาระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565–2569) เพื่อยกระดับการบริหารจัดการ ให้ครอบคลุมทั่วทั้งกลุ่มบริษัท โดยกำหนดเป้าหมายสู่การเป็นองค์กรด้านความปลอดภัยแบบองค์รวม ซึ่งครอบคลุมการป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงาน การขนส่งผลิตภัณฑ์ เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงอุบัติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินหรือวิกฤต
นอกเหนือจากระบบบริหารจัดการ PTG SSHEMS บริษัทฯ ได้นำมาตรฐานสากลมาประยุกต์ใช้เพิ่มเติม ได้แก่
- มาตรฐานระบบการจัดการแบบบูรณาการ (ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001) ในพื้นที่คลังน้ำมันและศูนย์กระจายสินค้า
- มาตรฐานการจัดการความปลอดภัยทางถนน (ISO 39001) สำหรับการขนส่ง โดยบริษัท พีทีจี โลจิสติกส์ จำกัด
- มาตรฐานสถานีบริการนวัตกรรมพลังงาน (Green Innovation Station) โดยบริษัท ปิโตรเลี่ยมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด
เป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์
บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายสำคัญในการลดการเกิดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ (Zero Accident) โดยครอบคลุมมากกว่าการป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานเพียงอย่างเดียว และขยายขอบเขตสู่การบริหารจัดการความปลอดภัยแบบองค์รวม ดังนี้
- Zero Accident at Work: อัตราการเกิดอุบัติเหตุของพนักงานถึงขั้นส่งรักษาต่อโรงพยาบาลขึ้นไป (Total Recordable Injusry Frequency Rate : TRIR)
- Zero Road Accident: อุบัติเหตุจากการขับขี่ในการขนส่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บจนต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล คำนวณต่อระยะทางการขนส่ง 1,000,000 กิโลเมตร
- Zero Environmental Claim: ข้อร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับเป็นลายลักษณ์อักษร
- Zero Security Event: เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติการ
เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมและติดตามผลการดำเนินงานในพื้นที่ปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้แต่ละพื้นที่มุ่งบรรลุเป้าหมาย 4 Zero ทั้งนี้ พื้นที่ที่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายจะได้รับการยกย่องและมอบรางวัลในงาน BESAFE Award ประจำปี

0
อุบัติเหตุ
วัฒนธรรมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม (BESAFE)
บริษัทฯ ได้กำหนดวัฒนธรรมความปลอดภัยร่วมกันทั่วทั้งองค์กร ภายใต้แนวคิด “BESAFE : Get Beyond Safety, Do Your BEST” ซึ่งสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร BEST เพื่อปลูกฝังแนวคิดด้านความปลอดภัยให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานในทุกระดับขององค์กร โดยวัฒนธรรมความปลอดภัย BESAFE ประกอบด้วยหลักการสำคัญ ดังนี้
การประเมินและป้องกันความเสี่ยง
การระบุภัยคุกคามที่อาจเกี่ยวเนื่องกับการทำงาน (การประเมินความเสี่ยง)
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการระบุภัยคุกคามที่อาจเกี่ยวเนื่องกับการทำงาน (การประเมินความเสี่ยง) เพื่อใช้ในการบริหารจัดการและป้องกันความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างเป็นระบบ บริษัทฯ ดำเนินการทบทวนและประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและยกระดับความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ภายใต้กรอบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงปลอดภัย (PTG SSHEMS) โดยที่ผลการประเมินความเสี่ยงจะแบ่งระดับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ความเสี่ยงสูงมาก, ความเสี่ยงสูง, ความเสี่ยงปานกลาง และความเสี่ยงต่ำ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการในการประเมินและควบคุมความเสี่ยงให้ครอบคลุมในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ดังนี้
| ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงาน | การประเมินความเสี่ยงที่เกิดจากความไม่เหมาะสม หรือไม่สมดุลระหว่างผู้ปฏิบัติงาน กับงานที่ต้องปฏิบัติจนอาจเป็นเหตุให้เกิดความเจ็บป่วยจากการทำงานได้ โดยใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงตามระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มาตรฐาน ISO 45001 |
| ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม | การประเมินการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นผลทางบวก (ผลที่มีประโยชน์) หรือทางลบ (ผลที่มีผลกระทบ) ทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งเป็นผลมาจากประเด็นสิ่งแวดล้อมขององค์กร ใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน ISO 14001 |
| ความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน | การประเมินค่าความเป็นไปได้หรือโอกาสที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งสัมผัสสารเคมีอันตราย หรือปัจจัยเสี่ยงทางกายภาพอื่น จะแสดงผลกระทบด้านสุขภาพจากการได้รับหรือสัมผัสปัจจัยเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างพร้อมกัน ใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ (Health Risk Assessment) ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4439 (พ.ศ. 2555) เรื่อง การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการสัมผัสสารเคมี |
| ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย | การประเมินโอกาสเกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยและความมั่นคงที่อาจส่งผลกระทบต่อบุคคล ทรัพย์สิน การดำเนินธุรกิจ สิ่งแวดล้อม ข้อมูล และชื่อเสียงขององค์กร เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงตามมาตรฐาน API 780: Security Vulnerability Assessment |
| ความเสี่ยงจากการขนส่ง | การประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการขนส่งตามมาตรฐาน ISO 39001: Road Traffic Safety Management System เพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นระบบ |
หลังจากดำเนินการประเมินความเสี่ยงแล้ว แต่ละพื้นที่ปฏิบัติการจะทำการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงตามหลักการบริหารความเสี่ยง (Risk Priority) เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างเหมาะสม โดยคณะกรรมการความปลอดภัยประจำพื้นที่มีหน้าที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ รวมถึงสื่อสารให้พนักงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าว จนกว่าจะดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ
ผลการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
จากการประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมภายใต้ระบบ PTG SSHEMS โดยผลการประเมินสะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง และมีบางกิจกรรมที่อยู่ในระดับ ความเสี่ยงสูง โดยได้นำผลการประเมินไปกำหนดและดำเนินมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ ดังนี้
| กลุ่มพื้นที่ปฏิบัติงาน | ประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญ | ระดับความเสี่ยงโดยรวม | มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| คลังน้ำมัน และสำนักงานใหญ่ |
|
ปานกลาง – สูง |
|
| สถานีบริการน้ำมัน |
|
ปานกลาง |
|
บริษัทฯ ได้ดำเนินการกำหนดและนำมาตรการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมไปใช้ในการควบคุมความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับในการบริหารจัดการความเสี่ยงผ่านโครงการ Safety Hunter และ Safety มีไลน์จะบอก เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานร่วมค้นหา แจ้งเตือน และรายงานความเสี่ยงในพื้นที่ปฏิบัติงาน มุ่งเน้นการจัดการเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) ที่มีศักยภาพ ก่อนพัฒนาไปสู่อุบัติเหตุหรือความสูญเสียที่รุนแรง เพื่อเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident) และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
การส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัย
การส่งเสริมความปลอดภัยให้แก่ผู้รับเหมา และคู่ค้า
แนวทางการส่งเสริมความปลอดภัยให้แก่ผู้รับเหมาและคู่ค้า ของแผนกตรวจความปลอดภัยผู้รับเหมา ฝ่ายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกขั้นตอนของการทำงาน ดังนี้:
- มีการสื่อสารข้อกำหนดก่อนเริ่มงาน:
ทุกโครงการจะมีการจัดทำ TOR (Terms of Reference) ที่ระบุข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างชัดเจน และจัดประชุม Kick-off Meeting (KOM) กับผู้รับเหมาก่อนเริ่มงาน 100% เพื่อให้ทุกฝ่าย เข้าใจและปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
- มีการฝึกอบรมก่อนเริ่มงาน:
ผู้รับเหมาทุกรายต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยตามแผนงานก่อนเริ่มปฏิบัติการจริง โดยมีแผนการอบรมล่วงหน้าตลอดปี และมีการจัดอบรมรอบพิเศษ ให้ในกรณีฉุกเฉิน
แผนกตรวจความปลอดภัยผู้รับเหมา ฝ่ายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการจัดอบรมความปลอดภัย ให้แก่พนักงานของผู้รับเหมาอย่างต่อเนื่องก่อนเริ่มงานทุกโครงการ ตามแผนการอบรมประจำปี 2568 โดยผู้รับเหมาทุกรายต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยตามแผนงานก่อนเริ่มปฏิบัติการจริง บริษัทฯ กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับเหมาทุกคนต้องเข้ารับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยตามระเบียบของบริษัทก่อนเริ่มปฏิบัติงาน โดยมีการจัดอบรมเป็นประจำเดือนละ 2 ครั้ง และได้รับบัตรผ่านให้เข้างาน และติดตัวทุกครั้งตลอดเวลาในขณะปฏิบัติงาน โดยมีแผนการอบรมล่วงหน้าตลอดปี และมีการจัดอบรมรอบพิเศษ ให้ในกรณีฉุกเฉิน
โดยในหลักสูตรครอบคลุม หลักสูตรบังคับด้านความปลอดภัยที่สอดคล้องกับลักษณะงาน เช่น การทำงานบนที่สูง การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) การขออนุญาตทำงาน (Work Permit) การจัดการงานที่มีความเสี่ยงสูง (High-Risk Work) และการป้องกันอัคคีภัย เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างถูกต้อง สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่เข้มแข็งร่วมกันระหว่างองค์กร ผู้รับเหมา และคู่ค้า

ผลการดำเนินงานในปี 2568

- มีการตรวจสอบความปลอดภัยระหว่างปฏิบัติงาน (Safety Site Inspection):
ดำเนินการตรวจไซต์งานตามประเภทงานทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ New Station, Renovate, Non-Oil และ High Risk โดยครอบคลุม 45 ประเด็นความปลอดภัย และมีการติดตามประเด็นความไม่สอดคล้องผ่านรายงาน Safety Inspection อย่างต่อเนื่อง
- มีการสื่อสารและประชาสัมพันธ์:
จัดทำและเผยแพร่ข้อมูลด้านความปลอดภัยให้กับผู้รับเหมาอย่างสม่ำเสมอผ่านช่องทาง Line และอีเมล ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ฉบับ เช่น การทำงานไฟฟ้า การทำงานที่สูง การทำงานในที่อับอากาศ และ “การขออนุญาต Work Permit ในงานทั่วไปและงานความเสี่ยงต่างๆ เป้นต้น
- มีการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจ:
มีโครงการ “ตรวจดี มีรางวัล” เพื่อส่งเสริมทีมงานร่วมตรวจไซต์งานอย่างมีคุณภาพ และให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยอย่างจริงจัง
- มีการพัฒนาระบบงานด้านความปลอดภัย:
อยู่ระหว่างพัฒนาระบบ E-Work Permit ร่วมกับฝ่าย IT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมงานที่มีความเสี่ยงสูง และอยู่ระหว่างดำเนินการเสนอโครงการปรับปรุงระบบความปลอดภัยของผู้รับเหมาต่อคณะกรรมการเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
แนวทางเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยร่วมกันระหว่างองค์กร ผู้รับเหมา และคู่ค้า อย่างต่อเนื่อง
การจัดอบรมความปลอดภัยให้พนักงาน
การเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นแก่พนักงาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และโรคจากการทำงาน ครอบคลุมตั้งแต่ความปลอดภัยพื้นฐาน การระบุและประเมินความเสี่ยง การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ตลอดจนการรับมือกับเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับกฎหมายและประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้แก่ลูกจ้างตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงาน ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีความตระหนักด้านความปลอดภัย และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร
ในปี 2568 บริษัทได้จัดการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงาน ดังนี้
| หลักสูตร | จำนวนพนักงานที่ได้รับการอบรม |
|---|---|
| อบรมดับเพลิงขั้นต้น | 3,527 คน |
| ความปลอดภัยอาชีวอนามัย แลพะสภาพแวดล้อมในการทำงาน | 40,210 คน |
| เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ระดับบริหาร | 2,752 คน |
| เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ระดับหัวหน้างาน | 4,411 คน |
| คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน | 373 คน |
| ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า | 270 คน |
| ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับรังสี | 103 คน |
| การฝึกซ้อมแผนดับเพลิงและอพยพหนีไฟ โดยใช้ศูนย์ฝึก | 173 คน |
| ปฐมพยาบาลเบื้องต้น | 710 คน |
| ความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ | 70 คน |
| กู้ภัยรถบรรทุกน้ำมัน | 46 คน |
| การฝึกอบรมหลักสูตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน และการสั่งระงับเหตุ | 216 คน |
| ความปลอดภัยการใช้งานรถยก | 27 คน |
ผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
สถิติการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทั้งพนักงานและผู้รับเหมา
อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานรวม ต่อ หนึ่งล้านชั่วโมงการทำงานของพนักงาน
จำนวนพนักงานผู้รับเหมาเสียชีวิตจากการปฏิบัติงาน (ราย)
อัตราความถี่ของการบาดเจ็บจากการทำงานที่รับเหมาบุคคลภายนอก ของพนักงาน
อัตราความถี่ของการบาดเจ็บจากการทำงานที่รับเหมาบุคคลภายนอก การทำงาน ของผู้รับเหมา
หมายเหตุ: ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ขยายขอบเขตการเก็บรวบรวมข้อมูลให้ครอบคลุมข้อมูลอุบัติเหตุของผู้รับเหมาของบริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ส่งผลให้จำนวนข้อมูลที่รายงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
มาตรการป้องกันเพื่อควบคุมการเกิดอุบัติเหตุ และการเจ็บป่วยจากการทำงาน
กลุ่ม บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี มีการขยายตัวของธุรกิจ ส่งผลให้มีธุรกิจใหม่ ๆ และจำนวนพนักงานภายในองค์กรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน ผู้รับเหมา รวมถึงป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดกับผู้มาติดต่อ ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น บริษัทฯ จึงมีการกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อควบคุมการเกิดอุบัติเหตุ และการเจ็บป่วยจากการทำงานของกลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี ไว้ดังนี้
- การศึกษาข้อมูลมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม และวางแผนการปฏิบัติให้สอดคล้องตามที่กฎหมาย พันธะสัญญา และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกำหนด
- การประยุกต์ใช้ระบบมาตรฐานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็น ระบบบริหารจัดการด้านคุณภาพ (ISO9001:2015), ระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (ISO14001:2015), ระบบการจัดการความปลอดภัยทางถนนและการจราจร (ISO39001), ระบบบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO45001:2018), การจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต (Process Safety Management: PSM) และการจัดทำระบบมาตรฐานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (PTG SSHEMS)
- การกำหนดนโยบายคุณภาพ ความมั่นคงปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้านคุณภาพ ความมั่นคงปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร แสดงถึงความมุ่นมั่นในการกำกับดูแล การบำรุงรักษา การเพิ่มประสิทธิผลให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- การกำหนดเป้าหมายด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมภายในกลุ่มบริษัทผ่านตัวชี้วัดด้านต่าง ๆ อีกทั้งบริษัทยังได้ดำเนินการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านสุขภาพและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ซึ่งบริษัทได้มีการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับกลุ่มธุรกิจประเภทเดียวกันในอุตสาหกรรม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาและปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานีบริการและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิเช่น
- การรับรองความยั่งยืนด้านความปลอดภัย และด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานภายนอก รวมการรับรองที่กลุ่มบริษัท พीทीจี เอ็นเนอยี ไม่ว่าจะเป็น สถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัย, สำนักงานสีเขียว, การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด, การรับรองการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (LESS) เป็นไปตามเป้าหมาย
- การจัดตั้งฝ่ายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานความปลอดภัย เพื่อกำกับดูแลงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมการทำงานภายในองค์กร
- การจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยฯ ในแต่ละกลุ่มบริษัท เพื่อเป็นช่องหาการสื่อสารมาตรการระหว่างฝ่ายบริหาร และฝ่ายลูกจ้าง ในการร่วมกันพิจารณา และดำเนินงานd้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมการทำงานภายในองค์กร
- การฝึกอบรมความรู้ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น หลักสูตรความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับพนักงานเข้าทำงานใหม่/เปลี่ยนงาน (Basic Safety), หลักสูตรดับเพลิงขั้นต้น (Basic Fire), หลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับบริหาร, หลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน และหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานต่างๆ ตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด
- พัฒนาทักษะภาวะผู้นำด้านความปลอดภัยของผู้บริหารและหัวหน้างานให้เข้าใจภาพรวมของการบริหารจัดการความมั่นคงความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา
- การจัดทำข้อบังคับและคู่มือความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ
- การสอบสวนอุบัติเหตุร่วมกับผู้เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อค้นสาเหตุของการอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และกำหนดมาตรการในการแก้ไข/ป้องกัน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ และขยายผลไปยังพื้นที่ และกลุ่มกิจการอื่น ภายในองค์กรที่เกี่ยวข้อง
- การสรุปสถิติข้อมูลอุบัติเหตุ รวมถึงข้องมูลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นภายในองค์กร เพื่อนำมาวิเคราะห์แนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุ และกำหนดกลยุทธ์การดำเนินงาน เพื่อจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บ/เจ็บป่วยจากการทำงาน / ความมั่นคงปลอดภัย / สิ่งแวดล้อม / ความปลอดภัยในกระบวนการผลิต
- การศึกษาอุบัติการณ์ภายนอกองค์กร เพื่อนำมาวิเคราะห์ความเสี่ยงภายในองค์กร รวมถึงการกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติภัยร้ายแรงภายในองค์กร
- การตรวจการปฏิบัติงาน และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ ผ่านรูปแบบต่างๆ เพื่อค้นหาความเสี่ยง และดำเนินการแก้ไขทันที เช่น การตรวจพื้นที่ปฏิบัติงานโดยหัวหน้างานเจ้าของพื้นที่, การตรวจความปลอดภัยโดยคณะกรรมการความปลอดภัยฯ ประจำเดือน, การตรวจพื้นที่สาขากลุ่มสถานีบริการ, ร้านจำหน่ายแก๊ส, ร้านกาแฟ, ร้านมินิมาร์ทโดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย เป็นต้น
- จัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยฯ ที่ให้พนักงานมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดทักษะและการตระหนักรู้ในประเด็นความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม