• หน้าหลัก ESG
  • ไปหน้าเว็บไซต์หลัก
TH EN
  • หน้าหลัก ESG
  • เกี่ยวกับพีทีจี
    • สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
    • กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน
    • การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
    • ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
  • เศรษฐกิจ
    • การต่อต้านทุจริต
    • การกำกับดูแลกิจการ
    • การบริหารความเสี่ยงและวิกฤติ
    • การขยายธุรกิจและการปรับเปลี่ยนองค์กร
    • ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูล
    • การบริหารงานดิจิทัลและนวัตกรรม
    • การจัดการห่วงโซ่อุปทาน
  • สิ่งแวดล้อม
    • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
    • เศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการของเสีย
  • สังคม
    • ความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์และความปลอดภัยในการให้บริการ
    • การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า
    • การบริหารจัดการบุคลากร
    • ความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงาน
    • สิทธิมนุษยชน
    • การสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนและสังคม
  • กิจกรรม
  • ผลงานและรายงาน
    • รางวัล
    • รายงานความยั่งยืน
  • สอบถามข้อมูล
icon sdgs 1 icon sdgs 3 icon sdgs 6
กลุ่มบริษัท พีทีจี มุ่งสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของทุกคน โดยขับเคลื่อนผ่านหลัก Safety Visible Leadership ตามระบบ PTG SSHEMS เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเกิดอุบัติเหตุเป็นศูนย์

ผู้มีส่วนได้เสียหลักที่ได้รับผลกระทบ

ลูกค้า
พนักงาน
คู่ค้า
หน่วยงานราชการ
ชุมชน/สังคม

ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ได้แก่ พนักงาน ผู้รับเหมา ลูกค้า คู่ค้า และชุมชนใกล้เคียง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ บริษัทฯ กำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนการปฏิบัติงาน พร้อมอบรมและเสริมสร้างความรู้ด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง มีการประเมินความเสี่ยง ตรวจสอบ และติดตามผลอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ บริษัทฯ เปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นด้านความปลอดภัยจากผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อนำไปปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสม และพัฒนาระบบการบริหารความปลอดภัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนในระยะยาว

ผลกระทบต่อธุรกิจ

ความปลอดภัยของพนักงานและทรัพย์สินเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพกลุ่มบริษัท พีทีจี โดยเหตุการณ์ไม่ปลอดภัย เช่น อุบัติเหตุ การบาดเจ็บ หรือความเสียหายต่ออุปกรณ์ สามารถส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และภาพลักษณ์ขององค์กร นอกจากนี้ ความปลอดภัยยังมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ลงทุนในมาตรการและเทคโนโลยีลดความเสี่ยง รวมถึงการจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

ผลการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมาย

เป้าหมาย
ปี 2570
เป้าหมาย
ปี 2568
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568
อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานรวม (Total Recordable Injuries Rate: TRIR) ของพนักงาน 0.276 0.552 0.47
อัตราความถี่ของการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Frequency Rate: LTIFR) ของพนักงาน และผู้รับเหมา พนักงาน = 0.726
ผู้รับเหมา = 0
พนักงาน = 0.552
ผู้รับเหมา = 0
พนักงาน = 0.47
ผู้รับเหมา = 1.36

หมายเหตุ : ขอบเขตการเก็บข้อมูลผู้รับเหมา ของบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จํากัด (มหาชน) บริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จํากัด และ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จํากัด

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ กำหนดนโยบายด้านคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการภายในกลุ่มบริษัท พีทีจี โดยนโยบายดังกล่าวได้รับการทบทวนความเหมาะสมและความเป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอจากคณะกรรมการ SSHE Steering Committee ให้สอดคล้องกับบริบทและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศ บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการด้าน SSHE ของกลุ่มบริษัท ภายใต้ชื่อ PTG SSHEMS เพื่อใช้เป็นระบบหลักในการกำหนดแนวทาง มาตรฐาน และกระบวนการบริหารจัดการด้าน SSHE ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งกลุ่มบริษัท ทั้งนี้ บริษัทในกลุ่ม PTG ต้องนำระบบดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานเป็นพื้นฐาน ครอบคลุมการกำหนดบทบาทหน้าที่ การบริหารความเสี่ยง การควบคุมการปฏิบัติงาน และการติดตามผลอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดให้มีการตรวจประเมินระบบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ควบคู่กับการตรวจประเมินตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง

โครงสร้างและนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม

ในการบริหารจัดการระบบ PTG SSHEMS ของกลุ่มบริษัทฯ ได้กำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการเป็น 5 ระดับ ดังนี้

ระดับที่ 1 ระดับการบริหารจัดการ (Management)

บริษัทฯ แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เพื่อกำหนดทิศทาง นโยบาย และการกำกับดูแลการดำเนินงาน PTG SSHEMS ของกลุ่มบริษัท พีทีจี

ระดับที่ 2 ระดับกลุ่มบริษัท พีทีจี

จัดทำมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (PTG SSHEMS) เพื่อใช้เป็นมาตรฐานพื้นฐานในการบริหารจัดการภายในกลุ่มบริษัท ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ระดับที่ 3 ระดับกลุ่มธุรกิจ (Business Unit: BU)

แต่ละกลุ่มธุรกิจต้องพัฒนาระบบการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับมาตรฐานของระบบ PTG SSHEMS และสามารถนำมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับลักษณะธุรกิจมาประยุกต์ใช้เพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม

ระดับที่ 4 ระดับพื้นที่ปฏิบัติการ (Area of Operation)

พื้นที่ปฏิบัติการต้องดำเนินการตามระบบ PTG SSHEMS และรองรับการตรวจประเมินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยต้องมีผลคะแนน PTG SSHEMS Score เป็นไปตามเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการดำเนินงานอยู่ภายใต้คณะกรรมการความปลอดภัยประจำพื้นที่ปฏิบัติการ

ระดับที่ 5 ระดับพนักงาน (Operation)

พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามวัฒนธรรมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (BESAFE) และเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมด้านความปลอดภัยตามแนวทางที่บริษัทฯ กำหนดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดอุบัติเหตุและมุ่งสู่การเกิดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident)

การดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมองค์กร

บริษัทมุ่งพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) ให้สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสากล โดยประยุกต์ใช้ระบบ PTG SSHEMS เป็นกรอบหลัก และดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO 45001 เพื่อยกระดับความปลอดภัยของพนักงาน ลูกค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

คลังน้ำมัน

  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานผ่านกิจกรรม เช่น การปรับปรุงพื้นที่ทำงานตามหลักการยศาสตร์ และกิจกรรม 5ส ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงาน
  • จัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานทุกระดับ และคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) ในทุกพื้นที่
  • จัดทำแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินและฝึกซ้อมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด และลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

สถานีบริการ

  • ตรวจสอบความปลอดภัยภายในครอบคลุมทุกธุรกิจในสถานีบริการเพื่อค้นหาความเสี่ยงและสาเหตุของอันตรายต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัย อาชีวอนามัยของพนักงานและลูกค้าที่ใช้บริการ หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบริษัทและลูกค้า
  • นำข้อมูลความเสี่ยงมาวิเคราะห์ ปรับปรุง และกำหนดมาตรการเชิงป้องกัน พร้อมรายงานต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และติดตามจนแก้ไขแล้วเสร็จ
  • ใช้ระบบ Power BI เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจในเชิงลึก โดยสามารถบริหารข้อมูลผ่าน Dashboard ได้แบบ Real time
  • บริษัทได้จัดทำแผนการจัดการและลดความเสี่ยงในการขยายตัวของธุรกิจ และขยายสาขาใหม่ โดยมีการชี้บ่งอันตราย การประเมินโอกาส และการประเมินความเสี่ยงทุกกิจกรรมและทุกสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานและบริเวณ ใกล้เคียง ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของบริษัทในการทำงานของพนักงานทุกระดับ
  • ดำเนินกิจกรรมสร้างความตระหนัก เช่น “Safety Clinic” เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการทำงานอย่างปลอดภัย

ธุรกิจขนส่งน้ำมัน

  • กำกับดูแลบริษัทในกลุ่ม เช่น PTG Logistics ให้ดำเนินงานตามมาตรฐาน SSHE อย่างเคร่งครัด
  • จัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย และกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยในการขนส่ง
  • พัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถผ่านศูนย์ฝึกอบรม ภายใต้โครงการ “สุภาพบุรุษพีทีจี” เพื่อปลูกฝังวินัยและจิตสำนึกด้านความปลอดภัย
  • นำเทคโนโลยี AI มาใช้ตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงของพนักงานขับรถ พร้อมสุ่มตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ มีนโยบายในการป้องกันการใช้สารเสพติด และ กัญชา ภายในบริษัทฯ

ระบบบริหารจัดการและเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์

ระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมองค์กร

ภายใต้กรอบการบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตามระบบ PTG SSHEMS บริษัทฯ ได้จัดทำแผนพัฒนาระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565–2569) เพื่อยกระดับการบริหารจัดการ ให้ครอบคลุมทั่วทั้งกลุ่มบริษัท โดยกำหนดเป้าหมายสู่การเป็นองค์กรด้านความปลอดภัยแบบองค์รวม ซึ่งครอบคลุมการป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงาน การขนส่งผลิตภัณฑ์ เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงอุบัติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินหรือวิกฤต

นอกเหนือจากระบบบริหารจัดการ PTG SSHEMS บริษัทฯ ได้นำมาตรฐานสากลมาประยุกต์ใช้เพิ่มเติม ได้แก่

  • มาตรฐานระบบการจัดการแบบบูรณาการ (ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001) ในพื้นที่คลังน้ำมันและศูนย์กระจายสินค้า
  • มาตรฐานการจัดการความปลอดภัยทางถนน (ISO 39001) สำหรับการขนส่ง โดยบริษัท พีทีจี โลจิสติกส์ จำกัด
  • มาตรฐานสถานีบริการนวัตกรรมพลังงาน (Green Innovation Station) โดยบริษัท ปิโตรเลี่ยมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด

เป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์

บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายสำคัญในการลดการเกิดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ (Zero Accident) โดยครอบคลุมมากกว่าการป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานเพียงอย่างเดียว และขยายขอบเขตสู่การบริหารจัดการความปลอดภัยแบบองค์รวม ดังนี้

  • Zero Accident at Work: อัตราการเกิดอุบัติเหตุของพนักงานถึงขั้นส่งรักษาต่อโรงพยาบาลขึ้นไป (Total Recordable Injusry Frequency Rate : TRIR)
  • Zero Road Accident: อุบัติเหตุจากการขับขี่ในการขนส่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บจนต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล คำนวณต่อระยะทางการขนส่ง 1,000,000 กิโลเมตร
  • Zero Environmental Claim: ข้อร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับเป็นลายลักษณ์อักษร
  • Zero Security Event: เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติการ

เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมและติดตามผลการดำเนินงานในพื้นที่ปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้แต่ละพื้นที่มุ่งบรรลุเป้าหมาย 4 Zero ทั้งนี้ พื้นที่ที่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายจะได้รับการยกย่องและมอบรางวัลในงาน BESAFE Award ประจำปี

0

อุบัติเหตุ
จากการดำเนินงานในช่วงปี 2565–2568 บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการความปลอดภัยแบบองค์รวมได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ทั้ง 4 ประเภท ในพื้นที่ปฏิบัติการคลังน้ำมัน สะท้อนถึงประสิทธิผลของระบบ PTG SSHEMS ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับระบบ PTG SSHEMS อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรลุเป้าหมายการเกิดอุบัติเหตุเป็นศูนย์แบบองค์รวม และเสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

วัฒนธรรมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม (BESAFE)

บริษัทฯ ได้กำหนดวัฒนธรรมความปลอดภัยร่วมกันทั่วทั้งองค์กร ภายใต้แนวคิด “BESAFE : Get Beyond Safety, Do Your BEST” ซึ่งสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร BEST เพื่อปลูกฝังแนวคิดด้านความปลอดภัยให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานในทุกระดับขององค์กร โดยวัฒนธรรมความปลอดภัย BESAFE ประกอบด้วยหลักการสำคัญ ดังนี้

B
Build up SSHE Culture to all Business Units without Limit
สร้างวัฒนธรรมด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร
E
Engagement to all parties in SSHE Management
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบด้าน SSHE ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
S
Stop if Unsafe
หยุดการปฏิบัติงานทันทีเมื่อพบสภาพหรือพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัย
A
Aware of SSHE Always, Think before Act
ตระหนักถึงความปลอดภัยอยู่เสมอ และพิจารณาความเสี่ยงก่อนลงมือปฏิบัติงาน
F
Full Compliance with Laws and Regulations
ปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐาน และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น
E
Ensure Continuous Improvement
มุ่งมั่นในการปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการด้าน SSHE อย่างต่อเนื่อง

การประเมินและป้องกันความเสี่ยง

การระบุภัยคุกคามที่อาจเกี่ยวเนื่องกับการทำงาน (การประเมินความเสี่ยง)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการระบุภัยคุกคามที่อาจเกี่ยวเนื่องกับการทำงาน (การประเมินความเสี่ยง) เพื่อใช้ในการบริหารจัดการและป้องกันความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างเป็นระบบ บริษัทฯ ดำเนินการทบทวนและประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและยกระดับความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ภายใต้กรอบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงปลอดภัย (PTG SSHEMS) โดยที่ผลการประเมินความเสี่ยงจะแบ่งระดับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ความเสี่ยงสูงมาก, ความเสี่ยงสูง, ความเสี่ยงปานกลาง และความเสี่ยงต่ำ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการในการประเมินและควบคุมความเสี่ยงให้ครอบคลุมในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ดังนี้

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงาน การประเมินความเสี่ยงที่เกิดจากความไม่เหมาะสม หรือไม่สมดุลระหว่างผู้ปฏิบัติงาน กับงานที่ต้องปฏิบัติจนอาจเป็นเหตุให้เกิดความเจ็บป่วยจากการทำงานได้ โดยใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงตามระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มาตรฐาน ISO 45001
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม การประเมินการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นผลทางบวก (ผลที่มีประโยชน์) หรือทางลบ (ผลที่มีผลกระทบ) ทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งเป็นผลมาจากประเด็นสิ่งแวดล้อมขององค์กร ใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน ISO 14001
ความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน การประเมินค่าความเป็นไปได้หรือโอกาสที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งสัมผัสสารเคมีอันตราย หรือปัจจัยเสี่ยงทางกายภาพอื่น จะแสดงผลกระทบด้านสุขภาพจากการได้รับหรือสัมผัสปัจจัยเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างพร้อมกัน ใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ (Health Risk Assessment) ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4439 (พ.ศ. 2555) เรื่อง การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการสัมผัสสารเคมี
ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย การประเมินโอกาสเกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยและความมั่นคงที่อาจส่งผลกระทบต่อบุคคล ทรัพย์สิน การดำเนินธุรกิจ สิ่งแวดล้อม ข้อมูล และชื่อเสียงขององค์กร เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงตามมาตรฐาน API 780: Security Vulnerability Assessment
ความเสี่ยงจากการขนส่ง การประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการขนส่งตามมาตรฐาน ISO 39001: Road Traffic Safety Management System เพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นระบบ

หลังจากดำเนินการประเมินความเสี่ยงแล้ว แต่ละพื้นที่ปฏิบัติการจะทำการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงตามหลักการบริหารความเสี่ยง (Risk Priority) เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างเหมาะสม โดยคณะกรรมการความปลอดภัยประจำพื้นที่มีหน้าที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ รวมถึงสื่อสารให้พนักงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าว จนกว่าจะดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ

ผลการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

จากการประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมภายใต้ระบบ PTG SSHEMS โดยผลการประเมินสะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง และมีบางกิจกรรมที่อยู่ในระดับ ความเสี่ยงสูง โดยได้นำผลการประเมินไปกำหนดและดำเนินมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ ดังนี้

กลุ่มพื้นที่ปฏิบัติงาน ประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญ ระดับความเสี่ยงโดยรวม มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง
คลังน้ำมัน และสำนักงานใหญ่
  • การปฏิบัติงานบนที่สูง
ปานกลาง – สูง
  • อบรมให้ความรู้ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
  • กำหนดมาตรการควบคุมการทำงานบนพื้นที่สูง ราวกันตก เข็มขัดนิรภัย
  • ตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่และอุปกรณ์ก่อนปฏิบัติงาน
สถานีบริการน้ำมัน
  • การขับขี่รถจักรยานยนต์
  • การเติมน้ำมัน
ปานกลาง
  • อบรมความปลอดภัยในเรื่องระเบียบการขับขี่ จัดทำสื่อด้านความปลอดภัย
  • การสื่อสารความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงาน

บริษัทฯ ได้ดำเนินการกำหนดและนำมาตรการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมไปใช้ในการควบคุมความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับในการบริหารจัดการความเสี่ยงผ่านโครงการ Safety Hunter และ Safety มีไลน์จะบอก เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานร่วมค้นหา แจ้งเตือน และรายงานความเสี่ยงในพื้นที่ปฏิบัติงาน มุ่งเน้นการจัดการเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) ที่มีศักยภาพ ก่อนพัฒนาไปสู่อุบัติเหตุหรือความสูญเสียที่รุนแรง เพื่อเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident) และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัย

การส่งเสริมความปลอดภัยให้แก่ผู้รับเหมา และคู่ค้า

แนวทางการส่งเสริมความปลอดภัยให้แก่ผู้รับเหมาและคู่ค้า ของแผนกตรวจความปลอดภัยผู้รับเหมา ฝ่ายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกขั้นตอนของการทำงาน ดังนี้:

  1. มีการสื่อสารข้อกำหนดก่อนเริ่มงาน:

    ทุกโครงการจะมีการจัดทำ TOR (Terms of Reference) ที่ระบุข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างชัดเจน และจัดประชุม Kick-off Meeting (KOM) กับผู้รับเหมาก่อนเริ่มงาน 100% เพื่อให้ทุกฝ่าย เข้าใจและปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

  2. มีการฝึกอบรมก่อนเริ่มงาน:

    ผู้รับเหมาทุกรายต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยตามแผนงานก่อนเริ่มปฏิบัติการจริง โดยมีแผนการอบรมล่วงหน้าตลอดปี และมีการจัดอบรมรอบพิเศษ ให้ในกรณีฉุกเฉิน

    แผนกตรวจความปลอดภัยผู้รับเหมา ฝ่ายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการจัดอบรมความปลอดภัย ให้แก่พนักงานของผู้รับเหมาอย่างต่อเนื่องก่อนเริ่มงานทุกโครงการ ตามแผนการอบรมประจำปี 2568 โดยผู้รับเหมาทุกรายต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยตามแผนงานก่อนเริ่มปฏิบัติการจริง บริษัทฯ กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับเหมาทุกคนต้องเข้ารับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยตามระเบียบของบริษัทก่อนเริ่มปฏิบัติงาน โดยมีการจัดอบรมเป็นประจำเดือนละ 2 ครั้ง และได้รับบัตรผ่านให้เข้างาน และติดตัวทุกครั้งตลอดเวลาในขณะปฏิบัติงาน โดยมีแผนการอบรมล่วงหน้าตลอดปี และมีการจัดอบรมรอบพิเศษ ให้ในกรณีฉุกเฉิน

    โดยในหลักสูตรครอบคลุม หลักสูตรบังคับด้านความปลอดภัยที่สอดคล้องกับลักษณะงาน เช่น การทำงานบนที่สูง การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) การขออนุญาตทำงาน (Work Permit) การจัดการงานที่มีความเสี่ยงสูง (High-Risk Work) และการป้องกันอัคคีภัย เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างถูกต้อง สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่เข้มแข็งร่วมกันระหว่างองค์กร ผู้รับเหมา และคู่ค้า

    ผลการดำเนินงานในปี 2568

  3. มีการตรวจสอบความปลอดภัยระหว่างปฏิบัติงาน (Safety Site Inspection):

    ดำเนินการตรวจไซต์งานตามประเภทงานทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ New Station, Renovate, Non-Oil และ High Risk โดยครอบคลุม 45 ประเด็นความปลอดภัย และมีการติดตามประเด็นความไม่สอดคล้องผ่านรายงาน Safety Inspection อย่างต่อเนื่อง

  4. มีการสื่อสารและประชาสัมพันธ์:

    จัดทำและเผยแพร่ข้อมูลด้านความปลอดภัยให้กับผู้รับเหมาอย่างสม่ำเสมอผ่านช่องทาง Line และอีเมล ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ฉบับ เช่น การทำงานไฟฟ้า การทำงานที่สูง การทำงานในที่อับอากาศ และ “การขออนุญาต Work Permit ในงานทั่วไปและงานความเสี่ยงต่างๆ เป้นต้น

  5. มีการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจ:

    มีโครงการ “ตรวจดี มีรางวัล” เพื่อส่งเสริมทีมงานร่วมตรวจไซต์งานอย่างมีคุณภาพ และให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยอย่างจริงจัง

  6. มีการพัฒนาระบบงานด้านความปลอดภัย:

    อยู่ระหว่างพัฒนาระบบ E-Work Permit ร่วมกับฝ่าย IT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมงานที่มีความเสี่ยงสูง และอยู่ระหว่างดำเนินการเสนอโครงการปรับปรุงระบบความปลอดภัยของผู้รับเหมาต่อคณะกรรมการเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

แนวทางเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยร่วมกันระหว่างองค์กร ผู้รับเหมา และคู่ค้า อย่างต่อเนื่อง

การจัดอบรมความปลอดภัยให้พนักงาน

การเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นแก่พนักงาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และโรคจากการทำงาน ครอบคลุมตั้งแต่ความปลอดภัยพื้นฐาน การระบุและประเมินความเสี่ยง การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ตลอดจนการรับมือกับเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับกฎหมายและประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้แก่ลูกจ้างตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงาน ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีความตระหนักด้านความปลอดภัย และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร

ในปี 2568 บริษัทได้จัดการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงาน ดังนี้

หลักสูตร จำนวนพนักงานที่ได้รับการอบรม
อบรมดับเพลิงขั้นต้น 3,527 คน
ความปลอดภัยอาชีวอนามัย แลพะสภาพแวดล้อมในการทำงาน 40,210 คน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ระดับบริหาร 2,752 คน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ระดับหัวหน้างาน 4,411 คน
คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน 373 คน
ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า 270 คน
ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับรังสี 103 คน
การฝึกซ้อมแผนดับเพลิงและอพยพหนีไฟ โดยใช้ศูนย์ฝึก 173 คน
ปฐมพยาบาลเบื้องต้น 710 คน
ความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ 70 คน
กู้ภัยรถบรรทุกน้ำมัน 46 คน
การฝึกอบรมหลักสูตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน และการสั่งระงับเหตุ 216 คน
ความปลอดภัยการใช้งานรถยก 27 คน

ผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม

สถิติการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทั้งพนักงานและผู้รับเหมา

อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานรวม ต่อ หนึ่งล้านชั่วโมงการทำงานของพนักงาน
จำนวนพนักงานผู้รับเหมาเสียชีวิตจากการปฏิบัติงาน (ราย)
อัตราความถี่ของการบาดเจ็บจากการทำงานที่รับเหมาบุคคลภายนอก ของพนักงาน
อัตราความถี่ของการบาดเจ็บจากการทำงานที่รับเหมาบุคคลภายนอก การทำงาน ของผู้รับเหมา

หมายเหตุ: ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ขยายขอบเขตการเก็บรวบรวมข้อมูลให้ครอบคลุมข้อมูลอุบัติเหตุของผู้รับเหมาของบริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ส่งผลให้จำนวนข้อมูลที่รายงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

มาตรการป้องกันเพื่อควบคุมการเกิดอุบัติเหตุ และการเจ็บป่วยจากการทำงาน

กลุ่ม บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี มีการขยายตัวของธุรกิจ ส่งผลให้มีธุรกิจใหม่ ๆ และจำนวนพนักงานภายในองค์กรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน ผู้รับเหมา รวมถึงป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดกับผู้มาติดต่อ ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น บริษัทฯ จึงมีการกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อควบคุมการเกิดอุบัติเหตุ และการเจ็บป่วยจากการทำงานของกลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี ไว้ดังนี้

  1. การศึกษาข้อมูลมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม และวางแผนการปฏิบัติให้สอดคล้องตามที่กฎหมาย พันธะสัญญา และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกำหนด
  2. การประยุกต์ใช้ระบบมาตรฐานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็น ระบบบริหารจัดการด้านคุณภาพ (ISO9001:2015), ระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (ISO14001:2015), ระบบการจัดการความปลอดภัยทางถนนและการจราจร (ISO39001), ระบบบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO45001:2018), การจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต (Process Safety Management: PSM) และการจัดทำระบบมาตรฐานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (PTG SSHEMS)
  3. การกำหนดนโยบายคุณภาพ ความมั่นคงปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้านคุณภาพ ความมั่นคงปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร แสดงถึงความมุ่นมั่นในการกำกับดูแล การบำรุงรักษา การเพิ่มประสิทธิผลให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  4. การกำหนดเป้าหมายด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมภายในกลุ่มบริษัทผ่านตัวชี้วัดด้านต่าง ๆ อีกทั้งบริษัทยังได้ดำเนินการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านสุขภาพและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ซึ่งบริษัทได้มีการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับกลุ่มธุรกิจประเภทเดียวกันในอุตสาหกรรม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาและปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานีบริการและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิเช่น
    1. การรับรองความยั่งยืนด้านความปลอดภัย และด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานภายนอก รวมการรับรองที่กลุ่มบริษัท พीทीจี เอ็นเนอยี ไม่ว่าจะเป็น สถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัย, สำนักงานสีเขียว, การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด, การรับรองการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (LESS) เป็นไปตามเป้าหมาย
  5. การจัดตั้งฝ่ายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานความปลอดภัย เพื่อกำกับดูแลงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมการทำงานภายในองค์กร
  6. การจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยฯ ในแต่ละกลุ่มบริษัท เพื่อเป็นช่องหาการสื่อสารมาตรการระหว่างฝ่ายบริหาร และฝ่ายลูกจ้าง ในการร่วมกันพิจารณา และดำเนินงานd้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมการทำงานภายในองค์กร
  7. การฝึกอบรมความรู้ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น หลักสูตรความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับพนักงานเข้าทำงานใหม่/เปลี่ยนงาน (Basic Safety), หลักสูตรดับเพลิงขั้นต้น (Basic Fire), หลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับบริหาร, หลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน และหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานต่างๆ ตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด
  8. พัฒนาทักษะภาวะผู้นำด้านความปลอดภัยของผู้บริหารและหัวหน้างานให้เข้าใจภาพรวมของการบริหารจัดการความมั่นคงความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา
  9. การจัดทำข้อบังคับและคู่มือความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ
  10. การสอบสวนอุบัติเหตุร่วมกับผู้เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อค้นสาเหตุของการอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และกำหนดมาตรการในการแก้ไข/ป้องกัน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ และขยายผลไปยังพื้นที่ และกลุ่มกิจการอื่น ภายในองค์กรที่เกี่ยวข้อง
  11. การสรุปสถิติข้อมูลอุบัติเหตุ รวมถึงข้องมูลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นภายในองค์กร เพื่อนำมาวิเคราะห์แนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุ และกำหนดกลยุทธ์การดำเนินงาน เพื่อจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บ/เจ็บป่วยจากการทำงาน / ความมั่นคงปลอดภัย / สิ่งแวดล้อม / ความปลอดภัยในกระบวนการผลิต
  12. การศึกษาอุบัติการณ์ภายนอกองค์กร เพื่อนำมาวิเคราะห์ความเสี่ยงภายในองค์กร รวมถึงการกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติภัยร้ายแรงภายในองค์กร
  13. การตรวจการปฏิบัติงาน และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ ผ่านรูปแบบต่างๆ เพื่อค้นหาความเสี่ยง และดำเนินการแก้ไขทันที เช่น การตรวจพื้นที่ปฏิบัติงานโดยหัวหน้างานเจ้าของพื้นที่, การตรวจความปลอดภัยโดยคณะกรรมการความปลอดภัยฯ ประจำเดือน, การตรวจพื้นที่สาขากลุ่มสถานีบริการ, ร้านจำหน่ายแก๊ส, ร้านกาแฟ, ร้านมินิมาร์ทโดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย เป็นต้น
  14. จัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยฯ ที่ให้พนักงานมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดทักษะและการตระหนักรู้ในประเด็นความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม

เอกสารที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม

ความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

90 อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เอ ชั้นที่ 33 ถนนรัชดาภิเษก
แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
  • หน้าหลัก ESG
  • เกี่ยวกับพีทีจี
  • เศรษฐกิจ
  • สิ่งแวดล้อม
  • สังคม
  • กิจกรรม
  • ผลงานและรายงาน
  • สอบถามข้อมูล

© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2569 บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

  • ข้อกำหนดและเงื่อนไข
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • นโยบายคุกกี้
  • แผนผังเว็บไซต์

Call Center : 1614