บริษัทฯ เชื่อว่าความยั่งยืนขององค์กรเกิดจากการผสานการเติบโตทางธุรกิจเข้ากับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่สมดุลในระยะยาว
ผู้มีส่วนได้เสียหลักที่ได้รับผลกระทบ

ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

ผลกระทบต่อธุรกิจ
ผลการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมาย
| เป้าหมาย ปี 2570 |
เป้าหมาย ปี 2568 |
ผลการดำเนินงาน ปี 2568 |
|
|---|---|---|---|
| ความพึงพอใจของชุมชนในการเข้าร่วมกิจกรรม | ≥ 90 % | ≥ 90 % | 98.92% |
| จำนวนชุมชนสะสมที่องค์กรได้เข้าไปมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม | 1,000 ชุมชน |
700 ชุมชน |
644 ชุมชน |
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ ได้จัดทำกลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคมและกรอบการดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับชุมชน สังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ และการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาสมดุลในการดำเนินธุรกิจ ตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และบริหารจัดการความเสี่ยงจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วม การส่งเสริมความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ และการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการดำเนินงานอย่างเหมาะสม
กลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อสังคม (CSR Framework)
บริษัทฯ ได้จัดทำกลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคม และกรอบการดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเน้นที่การสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับชุมชน สังคม รวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดการสร้างการยอมรับต่อการดำเนินงานของกิจการ (License to operate) และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อรักษาสมดุลในการดำเนินธุรกิจ ตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้มีการดำเนินตามกลยุทธ์ ดังต่อไปนี้
การจัดสรรงบประมาณสำหรับการช่วยเหลือสนับสนุน ในรูปแบบการบริจาคต่อกำไรสุทธิ ประจำปี 2568

- สร้างความผูกพันกับชุมชนโดยรอบสถานปฏิบัติการ ผ่านการดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมที่เน้นการสร้างคุณค่าร่วม
- สร้างเครือข่ายและความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการพัฒนาชุมชน สังคม และร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- ส่งเสริมโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมบนพื้นฐานของ 3 องค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การส่งเสริมสังคมผู้สูงอายุ และการสร้างวิถีชีวิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
- สนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ เช่น ชุมชน หน่วยราชการ ลูกค้า คู่ค้า และพนักงาน
สามารถเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ประเภทและสัดส่วนการลงทุนทางสังคม
การส่งเสริมแรงงาน วัตถุดิบ และผลผลิตจากชุมชนท้องถิ่น
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นตลอดห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจ ผ่านการส่งเสริมการจ้างแรงงานในพื้นที่ การใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมถึงการมีส่วนร่วมช่วยระบายผลผลิตทางการเกษตรในช่วงที่เกษตรกรประสบปัญหาด้านการจำหน่าย แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และสนับสนุนความเข้มแข็งของเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยมีรายละเอียดดังนี้
การส่งเสริมแรงงาน
กลุ่มบริษัท พีทีจี ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่คนในชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถทำงานในภูมิลำเนาและพื้นที่ใกล้เคียง อันช่วยลดภาระการย้ายถิ่นฐาน เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจครัวเรือน และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในระยะยาว การจ้างงานในธุรกิจต่าง ๆ ของกลุ่มบริษัท พีทีจี ไม่เพียงช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่น แต่ยังส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนรอบพื้นที่ปฏิบัติการ ผ่านการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันกลุ่มบริษัท พีทีจีมีการจ้างงานในธุรกิจหลัก ได้แก่

การส่งเสริมการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น
กลุ่มบริษัท พีทีจี ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ผ่านการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์กาแฟพันธุ์ไทย โดยมุ่งสนับสนุนเกษตรกรและผู้ผลิตในประเทศให้มีช่องทางในการจำหน่ายผลผลิตและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างเหมาะสม แนวทางดังกล่าวช่วยเชื่อมโยงการดำเนินธุรกิจขององค์กรเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ผ่านการนำผลผลิตทางการเกษตรจากพื้นที่ต่าง ๆ มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ของวัตถุดิบท้องถิ่น การดำเนินงานนี้ส่งผลให้เกษตรกรมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ลดความจำเป็นในการย้ายถิ่นฐาน และช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับชุมชน ขณะเดียวกัน บริษัทฯ สามารถสร้างความต่อเนื่องและความมั่นคงด้านแหล่งวัตถุดิบ ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ
ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากของขึ้นชื่อของจังหวัดต่าง ๆ อาทิ เมนูไทยริกาโน “Taste of Nan” ซึ่งคัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% เป็นกาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทยที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากแหล่งปลูกคุณภาพในจังหวัดน่านที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ มุ่งมั่นพัฒนาป่าและภูเขาด้วยการปลูกไร่กาแฟ มีการสนับสนุนการจ้างงานในท้องถิ่น โดยส่งเสริมให้เกษตรมีรายได้จากการปลูกและขายเมล็ดกาแฟ รวมถึงเมนูจากผลไม้พื้นถิ่น “มะม่วงหาว มะนาวโห่” จากจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของเกษตรกรรุ่นใหม่ในการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรในท้องถิ่น และเมนู “กระท้อนปุยฝ้ายจากปราจีนบุรี” ภายใต้ซีรีส์ “ท้อนไทยเทสต์” โดยรับซื้อกระท้อนจากเกษตรกรในพื้นที่เพื่อนำมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประ เทศ ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง สร้างความเชื่อมโยงกับแหล่งที่มา และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีที่มาอย่างรับผิดชอบ อันเป็นการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน สังคม และเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ


ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นเสาะหาและคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นเมนูที่หลากหลายและเข้าถึงได้สำหรับผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายในการสร้างคุณค่าร่วมตลอดห่วงโซ่และยกระดับคุณภาพชีวิตรวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยอย่างยั่งยืน


การสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและคู่ค้าท้องถิ่น
กลุ่มบริษัท พีทีจี ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและคู่ค้าท้องถิ่น ผ่านการนำวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากชุมชนมาพัฒนาและจัดจำหน่ายผ่านร้านกาแฟพันธุ์ไทย เพื่อสร้างช่องทางการตลาดที่มั่นคง เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และลดความเสี่ยงด้านการจำหน่ายของผู้ผลิตในระดับชุมชน โดยครอบคลุมการทำงานร่วมกับเกษตรกรและผู้ประกอบการในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
1) โครงการร่วมสนับสนุนเกษตรกรชาวนาไทยเพื่อความยั่งยืน
สนับสนุนการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนสู่การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ ผ่านการใช้แนวทางและเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การทำนาเปียกสลับแห้ง การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคการเกษตรไทยในระยะยาว
ในโอกาสครบรอบ 13 ปี บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ได้นำข้าวขาวคาร์บอนต่ำจากเกษตรกรจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 450,000 ถุง มามอบให้แก่ลูกค้า เพื่อแสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยส่งเสริมรายได้และความมั่นคงให้แก่เกษตรกร เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์จากแหล่งผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า

2) โครงการร่วมสนับสนุนการรับซื้อนมโคพาสเจอร์ไรซ์จากสหกรณ์ฟาร์มโคนมไทย
สนับสนุนการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย ผ่านความร่วมมือกับสหกรณ์โคนมไทย เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในเครื่องดื่มภายใต้ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร พร้อมมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาน้ำนมล้นตลาดซึ่งเคยถูกทิ้งโดยไม่เกิดมูลค่า โดยเกษตรกรคัดเลือกโคนมสายพันธุ์ที่เหมาะสม ดูแลด้วยอาหารที่ได้มาตรฐาน และผ่านกระบวนการผลิตและแปรรูปภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อคงคุณภาพ ความปลอดภัย และคุณค่าทางโภชนาการก่อนส่งต่อถึงร้านกาแฟพันธุ์ไทย ไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคได้รับเครื่องดื่มจากวัตถุดิบคุณภาพ แต่ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ และสะท้อนการสร้างคุณค่าร่วมตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างยั่งยืน

3) ถั่วลายเสือ
สนับสนุนผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ่านการรับซื้อถั่วลิสงลายเสือ ซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชนเผ่าลีซูมา การดำเนินงานดังกล่าวช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตที่ปลูกในพื้นที่สูงซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ ส่งเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกร พร้อมสนับสนุนการอนุรักษ์พืชพื้นถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างเป็นระบบ


4) กล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์
สนับสนุนผู้ประกอบการและเกษตรกร ผ่านการรับซื้อกล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์ จากกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่องและน้ำว้า 08 ที่ปลูกในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ของจังหวัดเพชรบุรี ใช้เทคโนโลยีพาราโบลาโดมที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในกระบวนการแปรรูป โดยอาศัยพลังงานแสงอาทิตย์และระบบโซลาร์เซลล์ควบคุมความชื้นอย่างแม่นยำ ด้วยการควบคุมระยะเวลาการตากที่พอเหมาะ เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร พร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

5) แมคคาเดเมีย
สนับสนุนแมคคาเดเมียอบ จากโครงการพัฒนาดอยตุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ผ่านกระบวนการคัดสรร อบ และบรรจุอย่างพิถีพิถัน เพื่อคงรสชาติอร่อยและคุณภาพ แมคคาเดเมียเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์จาก "ป่าเศรษฐกิจ" ในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่ส่งเสริมแนวคิดการอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน นอกจากจะเป็นแหล่งรายได้ให้กับชุมชนแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ชาวบ้านได้พัฒนาทักษะในการดูแลพืชเศรษฐกิจที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูง โครงการยังคำนึงถึงความยั่งยืนด้วยการนำเปลือกแมคคาเดเมียกลับมาใช้ประโยชน์เป็นเชื้อเพลิงพลังงานอีกด้วย

สนับสนุนและรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร
บริษัทฯ ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในการสนับสนุนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ โดยทำหน้าที่เป็นช่องทางในการรับซื้อและช่วยระบายผลผลิตทางการเกษตรสู่ผู้บริโภคผ่านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันของบริษัทฯ ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร เป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และสะท้อนบทบาทของบริษัทฯ ในการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินกิจกรรมสนับสนุนการกระจายผลผลิตทางการเกษตรผ่านโครงการต่าง ๆ ดังนี้
- โครงการ น้ำมันเติมรถ นมสดเติมใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน สนับสนุนการแจกนมไทย UHT เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและผู้ประกอบการนมพาณิชย์ พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนร่วมบริโภคนมเพื่อสุขภาพที่ดีและเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทย โดยมีการแจกนมไทย UHT รวมจำนวน 360,000 กล่อง
- โครงการ โคโค่นัทเติมสุข ส่งต่อพลังใจให้เกษตรกรไทย สนับสนุนการแจกมะพร้าวน้ำหอมควั่นเขียว จำนวน 20,000 ลูก เพื่อช่วยกระจายผลผลิตของเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก
- โครงการ สนับสนุนเกษตรกรไทยผ่านเครือข่ายสถานีบริการ สนับสนุนการกระจายมะม่วงคละสายพันธุ์จากเกษตรกรไทยสู่ผู้บริโภค เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาผลผลิตล้นตลาดและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ควบคู่กับการส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทย โดยมีการแจกมะม่วงแฟนซีรวมจำนวน 450,000 กิโลกรัม

กลไกการร้องเรียนสำหรับบุคคลและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางธุรกิจทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
การดำเนินงานที่มีผลกระทบทางลบต่อชุมชนท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทฯ จัดให้มีกลไกการรับฟังความคิดเห็นและการร้องเรียนจากบุคคลและชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้ เช่น โทรศัพท์ อีเมล แพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงการตอบแบบสอบถามเพื่อสะท้อนข้อกังวลของชุมชนกับบริษัทฯ ในประเด็นต่าง ๆ เช่น มลภาวะ การจราจร การจัดการของเสีย การใช้ทรัพยากร และความปลอดภัย พร้อมเปิดโอกาสให้เสนอแนะแนวทางที่บริษัทควรดำเนินการเพิ่มเติม ควบคู่กับการนำผลที่ได้รับไปปรับปรุงการดำเนินงานและจัดกิจกรรมร่วมกับชุมชนอย่างเหมาะสม จากการประเมินผลพบว่า ชุมชนส่วนใหญ่ระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทฯ
ในปี 2568 บริษัท ไม่มีการร้องเรียนจากชุมชน บริษัทยังคงดำเนินการ ตรวจสอบและประเมินผล ผล ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมกลไกติดตามติดตามและแก้ไขปัญหาหากเกิดข้อขัดข้องในอนาคต
โครงการความรับผิดชอบต่อสังคม
บริษัทฯ ดำเนินโครงการเพื่อสังคมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้เสียในหลากหลายกลุ่ม ผ่านการดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อพัฒนาชุมชนและภาพลักษณ์องค์กรในระยะยาว
และ โครงการลงทุนทางสังคมเพื่อผลประโยชน์เชิงธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน พร้อมทั้งสนับสนุนให้พนักงานร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอีกด้วย โดยสามารถสรุปภาพรวมของปี 2568 ได้ดังนี้
ผู้มีส่วนได้เสีย
โครงการพีทีค่าอาสา ทำจริง ไม่ทิ้งกัน
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการฯ ทั้งสิ้น 4 โครงการ ในชุมชนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ชุมชนตำบลสระสี่มุม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม, ชุมชนตำบลหนองกรด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์, และชุมชนตำบลหนองสะเดา อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 2,752 คน ผ่านการดำเนินงานในกิจกรรมหลัก ดังนี้

โครงการข้าวยั่งยืน ลดมีเทน ด้วยนาเปียกสลับแห้ง
บริษัทฯ ร่วมกับบริษัท เวฟ บีซีจี จำกัด (WAVE BCG) ดำเนินโครงการข้าวยั่งยืน ลดมีเทน ด้วยนาเปียกสลับแห้ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และการพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการมุ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ทั้งด้านการใช้น้ำ ปุ๋ย และพลังงาน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตต่อไร่ โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง การใช้เทคโนโลยีติดตามผล และการเตรียมความพร้อมสู่กระบวนการรับรองคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐาน T-VER รวมถึงการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเชื่อมโยงผลผลิตจากโครงการไปสู่การสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยนำข้าวไปสนับสนุนอาหารกลางวันให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ เพื่อเสริมโภชนาการของเยาวชนและสร้างความภาคภูมิใจให้กับเกษตรกรในชุมชน ควบคู่กับการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “พีที ค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน” สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเติบโตไปพร้อมกับเกษตรกรและชุมชนอย่างยั่งยืน

โครงการสนับสนุนสโมสรฟุตบอลพีที ประจวบ เอฟซี และโครงการอคาเดมีฟุตบอล
บริษัทฯ ให้การสนับสนุนสโมสรฟุตบอลพีที ประจวบ เอฟซี ในฐานะกลไกสำคัญในการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน และเป็นพื้นที่การเรียนรู้ผ่านกีฬาฟุตบอลที่เข้าถึงได้สำหรับคนในทุกช่วงวัย โดยมุ่งส่งเสริมการใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสร้างแรงบันดาลใจ ความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และความผูกพันระหว่างสโมสร ชุมชน และเยาวชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้บริษัทฯ และสโมสรพีที ประจวบ เอฟซี ได้พัฒนาโครงการอคาเดมีฟุตบอลอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 ปี เพื่อเป็นฐานการพัฒนาศักยภาพเยาวชนอายุ 12–18 ปี โดยโครงการมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะกีฬาควบคู่กับการปลูกฝังวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และทักษะชีวิตที่จำเป็นต่อการเติบโตในระยะยาว ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน โครงการอคาเดมีได้ต่อยอดเยาวชนที่มีศักยภาพเข้าสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ ทั้งในระดับสโมสรและระดับทีมชาติ อาทิ ตัวแทนทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ 2568 และทีมชาติไทยชุดใหญ่ สะท้อนถึงบทบาทของบริษัทฯ ในการใช้สโมสรฟุตบอลเป็นฐานในการสร้างโอกาส พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และสนับสนุนการเติบโตของเยาวชนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

โครงการพัฒนาและส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิก้าและพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ ดำเนินโครงการพัฒนาและส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิก้าและพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เขาหัวโล้นให้กลับมาเป็นพื้นที่เกษตรที่สร้างรายได้ โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้ การดูแลแปลงปลูก และการสนับสนุนด้านการตลาดเพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิก้า โดยดำเนินการมอบต้นกล้ากาแฟให้เกษตรกรเชื่อมโยงการพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้กับธุรกิจ ควบคู่กับการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและแรงจูงใจให้เกษตรกรดูแลพื้นที่ปลูกอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายผลของโครงการในระยะถัดไป


โครงการฝึกงานนักศึกษาอาชีวศึกษา
บริษัทฯ ดำเนินโครงการรับนักศึกษาอาชีวศึกษาเข้าฝึกงานภายใต้บริษัท สยามออโต้แบคส์ จำกัด เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิชาชีพและสร้างโอกาสทางอาชีพแก่เยาวชน โดย ปัจจุบันมีวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 35 วิทยาลัยจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
ในปี 2568 บริษัทรับนักศึกษาเข้าฝึกงาน โดยเฉพาะในสายงานช่างยนต์ ซึ่งนักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงานจริงภายใต้การดูแลของพนักงานผู้มีประสบการณ์ ช่วยเสริมสร้างทักษะด้านช่างยนต์ วินัยการทำงาน และการทำงานเป็นทีม ช่วยเพิ่มรายได้ระหว่างศึกษาและลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีคุณภาพ โดยนักศึกษาบางส่วนได้สมัครและเข้าทำงานกับบริษัทต่อภายหลังจบการฝึกงานสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และการสร้างโอกาสการจ้างงานอย่างยั่งยืน
การจ้างนักศึกษาทวิภาคีเพื่อฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการ
ในปี 2568 บริษัทในกลุ่มพีทีจีสนับสนุนการจ้างนักศึกษาทวิภาคีเพื่อฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงควบคู่กับการศึกษา และเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ ครอบคลุมหลายกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ โครงการดังกล่าวช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของนักศึกษาและครอบครัว พร้อมเสริมสร้างทักษะวิชาชีพ ประสบการณ์ทำงานจริง และโอกาสในการจ้างงานต่อเนื่อง สะท้อนบทบาทของบริษัทในการพัฒนาเยาวชนและทรัพยากรมนุษย์ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม
