icon sdgs 8 icon sdgs 12 icon sdgs 16 icon sdgs 17

บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ผ่านการคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ และการยกระดับประสิทธิภาพพร้อมมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตลอดกระบวนการจัดหาและกระจายสินค้า เพื่อร่วมสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ผู้มีส่วนได้เสียหลักที่ได้รับผลกระทบ

ลูกค้า
พนักงาน
คู่ค้า
ผู้ถือหุ้น / นักลงทุนสถาบัน
เจ้าหนี้ (สถาบันการเงิน)
หน่วยงานราชการ
ชุมชน / สังคม

ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนช่วยเสริมสร้างระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ส่งเสริมให้คู่ค้าทางธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม และจริยธรรม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจและเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานในขณะเดียวกัน ลูกค้าได้รับผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนผู้ถือหุ้นและนักลงทุนได้รับประโยชน์จากการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG อย่างมีประสิทธิภาพ อันช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ ในระยะยาว นอกจากนี้ การส่งเสริมนวัตกรรมและการใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ผลกระทบต่อธุรกิจ

การบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนช่วยเสริมสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงัก และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร อีกทั้งสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการเติบโตขององค์กรในระยะยาว

ผลการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมาย

คู่ค้าลำดับที่ 1 (Tier 1 Suppliers) ที่มีความเสี่ยงสูงได้รับการตรวจประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล

100%
เป้าหมาย
ปี 2568
90.91%
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568

หมายเหตุ: ผลการดำเนินงานยังไม่ครบถ้วนร้อยละ 100 เนื่องจากคู่ค้าบางรายไม่มีสถานะเป็นคู่ค้าปัจจุบันในช่วงแผนการตรวจประจำปี และคู่ค้าบางรายไม่สะดวกให้เข้าตรวจในช่วงระยะเวลาที่กำหนด

แนวทางการบริหารจัดการ

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และกฎระเบียบทางการค้าในประเทศ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านการจัดหาวัตถุดิบและต้นทุนขนส่งอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการตอบสนองต่อความคาดหวังด้านมาตรฐาน ESG ที่เข้มข้นขึ้น โดยดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกผ่านการกระจายฐานคู่ค้า การบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการคาดการณ์และติดตามการขนส่ง พร้อมทั้งคัดเลือกและพัฒนาคู่ค้าให้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม และจริยธรรม เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่น ความต่อเนื่อง และความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว

กลยุทธ์การบริหารห่วงโซ่อุปทาน

เพื่อให้ห่วงโซ่อุปทานสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายทางธุรกิจ บริษัทฯ มุ่งเน้นการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ดำเนินกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มความยืดหยุ่นของซัพพลายเชน ลดความเสี่ยง และใช้เทคโนโลยีมาสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ดังนี้

นโยบายในการจัดหาและคัดเลือกคู่ค้า

บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ โดยเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกคู่ค้าอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาจากศักยภาพในการผลิต คุณภาพสินค้าและบริการ ความเหมาะสมด้านราคา ตลอดจนการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

ทั้งนี้ บริษัทฯ สนับสนุนคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในจริยธรรม ความซื่อสัตย์ และการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทฯ ลดความเสี่ยงจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็งและยั่งยืนร่วมกัน

นโยบายในการจัดหาและคัดเลือกคู่ค้า

การอบรมเจ้าหน้าที่จัดซื้อ (Buyer Training)

บริษัทฯ ได้จัดการอบรมออนไลน์สำหรับเจ้าหน้าที่จัดซื้อ (Buyer Training) ในหัวข้อ “การต่อต้านการทุจริตและจรรยาบรรณทางธุรกิจ” ให้แก่พนักงานทุกกลุ่ม รวมถึงเจ้าหน้าที่จัดซื้อ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น 107 คน

โดยเนื้อหาการอบรมครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ จริยธรรมทางธุรกิจ การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน แนวปฏิบัติด้านการจัดซื้อจัดจ้าง และแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริต

การอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานได้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซักถามข้อสงสัย และทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง เพื่อให้สามารถนำหลักจรรยาบรรณและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

จริยธรรมสำหรับบริษัทคู่ค้า

บริษัทฯ ได้จัดทำ จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ยึดมั่นในหลักจริยธรรม และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยมุ่งเน้นให้คู่ค้าดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม เคารพสิทธิมนุษยชน ปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม และคำนึงถึงผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมี ความรับผิดชอบ โปร่งใส และยั่งยืนในระยะยาว

จริยธรรมสำหรับบริษัทคู่ค้า

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดให้มี ระบบการรับเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส (Grievance Mechanism) เพื่อเป็นช่องทางให้คู่ค้าและผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต คอร์รัปชัน การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม หรือการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า โดยบริษัทฯ มีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและรักษาข้อมูลเป็นความลับอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ผ่านช่องทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ whistleblower@pt.co.th

การกำหนดกลุ่มและวิเคราะห์คู่ค้าสำคัญ (Critical Tier 1 Suppliers)

บริษัทฯ ได้พัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมคู่ค้ากลุ่มธุรกิจน้ำมันและธุรกิจ Non-oil โดยมีการดำเนินการจำแนกกลุ่มคู่ค้าออกเป็นคู่ค้าที่ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Tier 1 Suppliers) คู่ค้าสำคัญของบริษัทโดยตรง (Critical Tier 1 Suppliers) และคู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Critical Non-oil 1 Suppliers) โดยเกณฑ์ในการวิเคราะห์กำหนดไว้ดังนี้

  • ปริมาณยอดการสั่งซื้อ
  • ความสำคัญของสินค้า/บริการต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  • ระดับของการพึ่งพาคู่ค้า หรือการทดแทนกันของสินค้า

การประเมินความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน

บริษัท ฯ ได้จัดโครงสร้างทะเบียนคู่ค้าเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการความเสี่ยงของคู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน โดยมุ่งป้องกันผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้าจะแบ่งออกเป็น 2 มิติ ได้แก่:

  • คู่ค้าที่มีความเสี่ยงต่อการดำเนินงานของ บริษัทฯ เช่น มูลค่าการสั่งซื้อ ความสำคัญของสินค้าและบริการ และการจัดหาสินค้าและบริการที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการดำเนินงานและความยั่งยืนของธุรกิจ
  • คู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ การประเมินคู่ค้าที่อาจสร้างผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการปฏิบัติตามมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ไม่ดี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความยั่งยืนของบริษัทฯ

การระบุความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้า

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจกับบริษัทเป็นประจำทุก 3 ปี ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจ Oil และ Non-Oil การประเมินดังกล่าวพิจารณาทั้งโอกาสเกิดและผลกระทบของความเสี่ยง โดยใช้แนวทางการประเมินในระดับกลุ่มสินค้าและบริการ (Commodity-specific risk) ซึ่งดำเนินการโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ พร้อมเกณฑ์การประเมินที่ครอบคลุม 7 หัวข้อหลักตามมาตรฐาน ISO 26000 ได้แก่ หลักธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชน การปฏิบัติด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม การปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค และการพัฒนาชุมชน เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าดำเนินงานสอดคล้องกับมาตรฐานด้านความยั่งยืนของบริษัท โดยการประเมินดังกล่าวครอบคลุมคู่ค้าหลักในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญต่อมูลค่าการจัดซื้อของกลุ่มบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดอบรม การจัดทำแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้า (Supplier Guidelines) และการติดตามประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่พบประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน บริษัทฯ จะกำหนดแผนการปรับปรุงร่วมกับคู่ค้า (Corrective Action Plan) และติดตามผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ บริษัทฯ บริหารจัดการความเสี่ยงของคู่ค้าให้เหมาะสมกับระดับความรุนแรงของความเสี่ยง โดยลดการพึ่งพาคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง และส่งเสริมความร่วมมือกับคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน กระบวนการดังกล่าวมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างสมดุล และสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ผลการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล

ผลการตรวจประเมินคู่ค้าที่ได้มีความเสี่ยงสูงด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล

หมายเหตุ : ความเสี่ยงสูง หมายถึง คู่ค้าที่อาจมีผลกระทบทางลบในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจประเมินคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูงด้านความยั่งยืน คิดเป็นร้อยละ 59 โดยประเด็นความเสี่ยงสำคัญที่พบ ได้แก่ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน และด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เพื่อเสริมสร้างการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจประเมินด้าน ESG ผ่านการตรวจ ณ พื้นที่หน้างานจริง (physical inspection audits) และการตรวจประเมินออนไลน์ (Online) รวมเป็นจำนวน 13 ราย โดยกระบวนการดังกล่าวดำเนินการร่วมกับหน่วยงานจัดซื้อและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ตรวจประเมินเป็นทีมงานภายในของบริษัทฯ ที่มีความเชี่ยวชาญในประเด็นด้านความยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ให้คำแนะนำและแนวปฏิบัติที่ดีแก่คู่ค้า พร้อมขอให้คู่ค้าจัดทำ แผนการแก้ไขและป้องกัน (Corrective Action Plan: CAP) สำหรับประเด็นที่พบจากการตรวจประเมิน โดยมีการติดตามความคืบหน้าตามความเหมาะสมของลักษณะความเสี่ยง เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านความยั่งยืน และเป็นกลไกส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ESG อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

การพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกับคู่ค้า

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีและการมีส่วนร่วมกับคู่ค้าทางธุรกิจทั้งรายใหญ่และรายย่อยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้คู่ค้าตระหนักและปฏิบัติตาม จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) อย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการสื่อสารและถ่ายทอดแนวทางดังกล่าวผ่านโครงการ ESG for Sustainability through the Supply Chain อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมจัดกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน การชี้แจงขั้นตอนการทำงานในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง และการเปิดโอกาสให้คู่ค้าแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจที่ตรงกันและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสื่อสารและถ่ายทอดแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนแก่คู่ค้าและผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน โดยเนื้อหาที่สื่อสารครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ ด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม เช่น การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนการเคารพสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน การไม่ใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ การไม่เลือกปฏิบัติ การคุ้มครองสิทธิแรงงาน ค่าจ้าง สิทธิประโยชน์ และระยะเวลาการทำงานอย่างเป็นธรรม

และได้จัดทำจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการและการต่อต้านการทุจริต รวมถึงการสนับสนุนให้คู่ค้าเข้าร่วมโครงการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลตลอดห่วงโซ่อุปทานและในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ สื่อสารนโยบายด้านคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมาตรการและกิจกรรมด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมถึงแนวทางการบริหารจัดการความปลอดภัยของผู้รับเหมา (Contractor Safety Management) เพื่อป้องกันความเสี่ยง ลดอุบัติเหตุ และลดผลกระทบจากการดำเนินงานต่อพนักงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

โดยการแบ่งปันประสบการณ์ (Knowledge Sharing) และแนวปฏิบัติของกลุ่มบริษัท โดยจัดกิจกรรม knowledge sharing ในหัวข้อ PTG Knowledge Sharing : ESG for Sustainability through the Supply Chain เป็นปีที่ 5 ร่วมกับบริษัทคู่ค้าของทุกหน่วยธุรกิจ มุ่งเน้นการให้ความรู้ อบรม และถ่ายทอดแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน แก่คู่ค้าและผู้รับเหมา ผ่านช่องทาง online

นโยบายและระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า

บริษัทมีนโยบายการบริหารสินเชื่อ ซึ่งมีการกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการให้สินเชื่อของแต่ละหน่วยงานธุรกิจที่สามารถแข่งขันและเทียบเคียงคู่แข่งได้ โดยพิจารณาให้ระยะเวลารับเงินและจ่ายเงินในภาพรวมมีความสอดคล้องกัน และไม่มีผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน โดยบริษัทได้คำนึงถึงต้นทุนและความเสี่ยงทางการเงินอันอาจเกิดจากอัตราแลกระยะเวลาการชำระเงินมาตรฐาน โดยบริษัทกำหนดระยะเวลาการชำระเงินให้แก่คู่ค้าโดยพิจารณาจากประเภทสินค้าและบริการ ดังนี้

ประเภทของสินค้า/บริการ ระยะเวลาชำระเงิน (วัน)
สินค้าและวัตถุดิบทั่วไป 30-45
บริการทั่วไป 45-60
สินค้าประกัน 13.30
โครงการพิเศษ / งานรับเหมา 60-90
คู่ค้าหลักที่มีข้อตกลงพิเศษ แล้วแต่กรณี
อัตราส่วนทางการเงิน (วัน) 2568 2567 2566 2565 เฉลี่ย 3 ปี
การเก็บหนี้เฉลี่ย 1.51 1.27 1.21 1.07 1.30
การชำระหนี้เฉลี่ย 15.83 14.76 13.30 11.12 14.63
บริษัทกำหนดระยะเวลาในการชำระหนี้ให้แก่คู่ค้าภายใน 30 วัน โดยในปี 2568 บริษัทมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 1.51 วันและมีระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย 15.83 วัน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่นโยบายกำหนด